• 0 Kommentare 0 Geteilt 772 Ansichten 0 Bewertungen
  • 0 Kommentare 0 Geteilt 987 Ansichten 0 Bewertungen
  • ทำคลิป เล่าเรื่อง และปักตร้า ได้ ง่ายๆ ลงทุน 0 บาท


    ใช้แค่ รูป สินค้ารูป เดียว


    สิ่งที่ต้องทำ

    1.มีบัญชี google (gmail)

    2.เตรียม รูป สินค้า 1 รูป


    ไปที่

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://gemini.google.com/gem/13lJ-YfAaWa27hIdh6YJ2n4Hgt0h8uXoC?usp=sharing



    คลิกที่ +

    ใส่รูป สินค้าเข้าไป


    สามารถ กำหนด รายละเอีย เรื่องราว จำนวน ตัวละคร เองได้

    หรือ ไม่ ต้อง ใส่อะไรเพิ่มก้ได้ ใส่แค่ รูป 1 รูป



    กด download (ลูกศร ชี้ลง)

    เราจะได้ ไฟล์ *.json




    จากนั้นไปที่ Google flow เพื่อ สร้าง วีดีโอ

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://labs.google/fx/tools/flow/shared/tool/0c7e175e-02de-4c7d-a75a-c1523af9b0a2


    กดที่ UNIFIED JSON IMPORT เพื่อ เลือก ไฟล์ json ที่เราได้ มาก่อนนี้




    กด ที่ ASSETS

    จากนั้นกด ที่ UPLOAD ASSETS

    ใส่รูปสินค้า เข้าไป เพื่อ กำหนด ให้ สิน ค้า ใน วีดีโอ เหมือน ในรูป



    สามารถ กำหนด ตัวละครด้วยรูป ได้ กด ที่ ACTORS

    ใส่ รูป ตัวละครที่ต้องการ


    หรือไม่ใส่ ai จะสรา้งขึ้นมาใหม่ได้


    พร้อมแล้ว กด ที่


    AUTO PIPELINE



    ไป วิ่งเล่น ออกกำลังกาย 6 นาที กลับมารับชม คลิป

    ทำคลิป เล่าเรื่อง และปักตร้า ได้ ง่ายๆ ลงทุน 0 บาทใช้แค่ รูป สินค้ารูป เดียวสิ่งที่ต้องทำ1.มีบัญชี google (gmail)2.เตรียม รูป สินค้า 1 รูปไปที่https://gemini.google.com/gem/13lJ-YfAaWa27hIdh6YJ2n4Hgt0h8uXoC?usp=sharingคลิกที่ +ใส่รูป สินค้าเข้าไปสามารถ กำหนด รายละเอีย เรื่องราว จำนวน ตัวละคร เองได้หรือ ไม่ ต้อง ใส่อะไรเพิ่มก้ได้ ใส่แค่ รูป 1 รูปกด download (ลูกศร ชี้ลง) เราจะได้ ไฟล์ *.jsonจากนั้นไปที่ Google flow เพื่อ สร้าง วีดีโอhttps://labs.google/fx/tools/flow/shared/tool/0c7e175e-02de-4c7d-a75a-c1523af9b0a2กดที่ UNIFIED JSON IMPORT เพื่อ เลือก ไฟล์ json ที่เราได้ มาก่อนนี้กด ที่ ASSETS จากนั้นกด ที่ UPLOAD ASSETSใส่รูปสินค้า เข้าไป เพื่อ กำหนด ให้ สิน ค้า ใน วีดีโอ เหมือน ในรูปสามารถ กำหนด ตัวละครด้วยรูป ได้ กด ที่ ACTORSใส่ รูป ตัวละครที่ต้องการหรือไม่ใส่ ai จะสรา้งขึ้นมาใหม่ได้พร้อมแล้ว กด ที่ AUTO PIPELINEไป วิ่งเล่น ออกกำลังกาย 6 นาที กลับมารับชม คลิป
    0 Kommentare 0 Geteilt 1KB Ansichten 0 Bewertungen
  • OpenLumara: เฟรมเวิร์ก AI Agent อัจฉริยะที่ทรงพลังและยืดหยุ่น

    ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น OpenLumara คือเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัดทรัพยากร และความปลอดภัย ทำให้ OpenLumara เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน AI Agent ในรูปแบบที่หลากหลาย

    OpenLumara คืออะไร?

    OpenLumara เป็นเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่เขียนด้วยภาษา Python โดยเน้นการออกแบบให้มีขนาดเล็ก (lightweight) สามารถปรับแต่งโมดูลได้ (modular) และทำงานได้อย่างรวดเร็ว (very fast) จุดเด่นสำคัญคือการเน้นใช้งานแบบ Local-first ซึ่งหมายความว่าสามารถทำงานได้ดีบนเครื่องของผู้ใช้เอง โดยใช้ Token น้อยมาก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเชื่อมต่อกับ API สาธารณะ

    จุดเด่นที่น่าสนใจของ OpenLumara

    OpenLumara มาพร้อมกับคุณสมบัติที่หลากหลายซึ่งทำให้แตกต่างจากเฟรมเวิร์ก AI Agent อื่นๆ:

    • ประสิทธิภาพด้าน Token: ระบบ Prompt สามารถมีขนาดเล็กมาก เพียงประมาณ 4,000 Token ในการใช้งานทั่วไป ทำให้ประหยัดทรัพยากรและลดค่าใช้จ่าย
    • รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย:
    • WebUI: ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ
    • CLI: อินเทอร์เฟซแบบ Command Line สำหรับผู้ใช้งานระดับสูง
    • Telegram, Discord, Matrix: รองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันแชตยอดนิยม รวมถึง Matrix ที่รองรับการเข้ารหัส
    • เหมาะกับการจัดการชีวิตประจำวัน: ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการงานต่างๆ เช่น การจัดการรายการสิ่งที่ต้องทำ (todos), การจดบันทึก (notes), การสร้างกิจวัตรยามเช้า (morning routines), การติดตามนิสัย (habit tracking) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะ Executive Dysfunction เช่น ADHD หรือ Autism
    • เชื่อมต่อกับ Backend ได้หลากหลาย: สามารถเชื่อมต่อกับ Backend ที่รองรับ OpenAI API ได้ทุกรูปแบบ รวมถึง AI บนเครื่อง (เช่น llamacpp, ollama, koboldcpp) และผู้ให้บริการ AI บนคลาวด์ต่างๆ
    • ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย: สามารถตั้งค่าให้เป็นแบบ Private และ Self-hosted ได้อย่างสมบูรณ์ หรือจะเลือกใช้งานบน Cloud Server ก็ได้
    • การปรับแต่งโมดูล (Modular): สามารถเปิด-ปิดส่วนประกอบต่างๆ ได้ตามต้องการ แม้กระทั่งส่วนประกอบหลักที่เฟรมเวิร์ก AI Agent อื่นๆ ถือว่าเป็นแกนกลาง เช่น Shell access, Memory, Scheduler, Time-awareness, Token-awareness สามารถปิดได้ทั้งหมดเพื่อให้ Prompt ว่างเปล่าและสื่อสารกับโมเดลพื้นฐานเท่านั้น
    • ระบบ Scheduler: ช่วยให้คุณสามารถตั้งเวลางานให้ AI ทำงานได้
    • การจัดการ Token อย่างละเอียด: สามารถตรวจสอบขนาด Context Window (Input Tokens) ได้ตลอดเวลา และดูว่ากำลังส่งข้อมูลอะไรไปบ้าง
    • Sandboxed Shell: มี Shell ที่ทำงานภายใน Docker/Podman container สามารถควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเลือก Docker image ที่จะใช้ได้
    • สลับโมเดลได้แบบ On-the-fly: AI สามารถมองเห็นโมเดลที่มีให้ใช้งาน และคุณสามารถสั่งให้ AI สลับไปยังโมเดลอื่นได้
    • ระบบ Character (Optional): สามารถตั้งค่าตัวละครให้ AI สวมบทบาทได้ ทำให้ใช้งานแทนแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Character.AI, Janitor AI, SillyTavern ได้
    • ระบบ Memory: AI สามารถบันทึกความทรงจำ หรือให้ผู้ใช้สั่งให้บันทึกได้ ข้อมูลถูกบันทึกในรูปแบบ MessagePack ที่มีขนาดกะทัดรัดและรวดเร็ว
    • ระบบ Command: คำสั่งที่ทำงานโดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน AI เช่น การบังคับรีสตาร์ทเซิร์ฟเวอร์

    การติดตั้งและการใช้งานเบื้องต้น

    1. ติดตั้ง: เปิด Terminal หรือ Command Prompt แล้วรันคำสั่งที่กำหนด (แนะนำให้ใช้สคริปต์ update.sh หรือ update.bat เพื่อให้ง่ายต่อการอัปเดตในอนาคต)
    2. รัน: หากใช้ Linux ให้รัน run.sh หรือหากใช้ Windows ให้รัน run.bat
    3. ตั้งค่า: เปิดเบราว์เซอร์ไปยัง URL ที่แสดงขึ้นมา จากนั้นไปที่แผงตั้งค่า (ไอคอนรูปเฟือง) ตั้งค่าการเชื่อมต่อ API แล้วกด Save

    การพัฒนาโมดูลและ Channel ของคุณเอง

    OpenLumara เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถสร้างโมดูลและ Channel ของตนเองได้อย่างง่ายดาย โดยการสร้าง Python class ที่มีฟังก์ชันพิเศษตามที่กำหนด

    ข้อควรทราบ

    • OpenLumara เป็นโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก AI ในการพัฒนาและแก้ไขบางส่วน แต่ทุกโค้ดได้รับการตรวจสอบและแก้ไขโดยมนุษย์
    • OpenLumara ไม่มี Emoji ประจำโครงการ ผู้ใช้สามารถเพิ่มได้ตามต้องการ

    OpenLumara เป็นเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการโซลูชันที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการจัดการงานต่างๆ ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและการปรับแต่งได้ ทำให้ OpenLumara เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนา

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://github.com/Rose22/openlumara

    OpenLumara: เฟรมเวิร์ก AI Agent อัจฉริยะที่ทรงพลังและยืดหยุ่นในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การมีเครื่องมือที่ช่วยให้เราจัดการงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น OpenLumara คือเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยเฉพาะ ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัดทรัพยากร และความปลอดภัย ทำให้ OpenLumara เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งาน AI Agent ในรูปแบบที่หลากหลายOpenLumara คืออะไร?OpenLumara เป็นเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่เขียนด้วยภาษา Python โดยเน้นการออกแบบให้มีขนาดเล็ก (lightweight) สามารถปรับแต่งโมดูลได้ (modular) และทำงานได้อย่างรวดเร็ว (very fast) จุดเด่นสำคัญคือการเน้นใช้งานแบบ Local-first ซึ่งหมายความว่าสามารถทำงานได้ดีบนเครื่องของผู้ใช้เอง โดยใช้ Token น้อยมาก ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายเมื่อเชื่อมต่อกับ API สาธารณะจุดเด่นที่น่าสนใจของ OpenLumaraOpenLumara มาพร้อมกับคุณสมบัติที่หลากหลายซึ่งทำให้แตกต่างจากเฟรมเวิร์ก AI Agent อื่นๆ:ประสิทธิภาพด้าน Token: ระบบ Prompt สามารถมีขนาดเล็กมาก เพียงประมาณ 4,000 Token ในการใช้งานทั่วไป ทำให้ประหยัดทรัพยากรและลดค่าใช้จ่ายรองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลาย:WebUI: ใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ของคุณCLI: อินเทอร์เฟซแบบ Command Line สำหรับผู้ใช้งานระดับสูงTelegram, Discord, Matrix: รองรับการใช้งานผ่านแอปพลิเคชันแชตยอดนิยม รวมถึง Matrix ที่รองรับการเข้ารหัสเหมาะกับการจัดการชีวิตประจำวัน: ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการจัดการงานต่างๆ เช่น การจัดการรายการสิ่งที่ต้องทำ (todos), การจดบันทึก (notes), การสร้างกิจวัตรยามเช้า (morning routines), การติดตามนิสัย (habit tracking) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีภาวะ Executive Dysfunction เช่น ADHD หรือ Autismเชื่อมต่อกับ Backend ได้หลากหลาย: สามารถเชื่อมต่อกับ Backend ที่รองรับ OpenAI API ได้ทุกรูปแบบ รวมถึง AI บนเครื่อง (เช่น llamacpp, ollama, koboldcpp) และผู้ให้บริการ AI บนคลาวด์ต่างๆความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย: สามารถตั้งค่าให้เป็นแบบ Private และ Self-hosted ได้อย่างสมบูรณ์ หรือจะเลือกใช้งานบน Cloud Server ก็ได้การปรับแต่งโมดูล (Modular): สามารถเปิด-ปิดส่วนประกอบต่างๆ ได้ตามต้องการ แม้กระทั่งส่วนประกอบหลักที่เฟรมเวิร์ก AI Agent อื่นๆ ถือว่าเป็นแกนกลาง เช่น Shell access, Memory, Scheduler, Time-awareness, Token-awareness สามารถปิดได้ทั้งหมดเพื่อให้ Prompt ว่างเปล่าและสื่อสารกับโมเดลพื้นฐานเท่านั้นระบบ Scheduler: ช่วยให้คุณสามารถตั้งเวลางานให้ AI ทำงานได้การจัดการ Token อย่างละเอียด: สามารถตรวจสอบขนาด Context Window (Input Tokens) ได้ตลอดเวลา และดูว่ากำลังส่งข้อมูลอะไรไปบ้างSandboxed Shell: มี Shell ที่ทำงานภายใน Docker/Podman container สามารถควบคุมการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเลือก Docker image ที่จะใช้ได้สลับโมเดลได้แบบ On-the-fly: AI สามารถมองเห็นโมเดลที่มีให้ใช้งาน และคุณสามารถสั่งให้ AI สลับไปยังโมเดลอื่นได้ระบบ Character (Optional): สามารถตั้งค่าตัวละครให้ AI สวมบทบาทได้ ทำให้ใช้งานแทนแพลตฟอร์มอื่นๆ เช่น Character.AI, Janitor AI, SillyTavern ได้ระบบ Memory: AI สามารถบันทึกความทรงจำ หรือให้ผู้ใช้สั่งให้บันทึกได้ ข้อมูลถูกบันทึกในรูปแบบ MessagePack ที่มีขนาดกะทัดรัดและรวดเร็วระบบ Command: คำสั่งที่ทำงานโดยตรงโดยไม่ต้องผ่าน AI เช่น การบังคับรีสตาร์ทเซิร์ฟเวอร์การติดตั้งและการใช้งานเบื้องต้นติดตั้ง: เปิด Terminal หรือ Command Prompt แล้วรันคำสั่งที่กำหนด (แนะนำให้ใช้สคริปต์ update.sh หรือ update.bat เพื่อให้ง่ายต่อการอัปเดตในอนาคต)รัน: หากใช้ Linux ให้รัน run.sh หรือหากใช้ Windows ให้รัน run.batตั้งค่า: เปิดเบราว์เซอร์ไปยัง URL ที่แสดงขึ้นมา จากนั้นไปที่แผงตั้งค่า (ไอคอนรูปเฟือง) ตั้งค่าการเชื่อมต่อ API แล้วกด Saveการพัฒนาโมดูลและ Channel ของคุณเองOpenLumara เปิดโอกาสให้นักพัฒนาสามารถสร้างโมดูลและ Channel ของตนเองได้อย่างง่ายดาย โดยการสร้าง Python class ที่มีฟังก์ชันพิเศษตามที่กำหนดข้อควรทราบOpenLumara เป็นโครงการที่ได้รับความช่วยเหลือจาก AI ในการพัฒนาและแก้ไขบางส่วน แต่ทุกโค้ดได้รับการตรวจสอบและแก้ไขโดยมนุษย์OpenLumara ไม่มี Emoji ประจำโครงการ ผู้ใช้สามารถเพิ่มได้ตามต้องการOpenLumara เป็นเฟรมเวิร์ก AI Agent ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการโซลูชันที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในการจัดการงานต่างๆ ด้วยการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายและการปรับแต่งได้ ทำให้ OpenLumara เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและนักพัฒนาhttps://github.com/Rose22/openlumara
    Shared content
    GITHUB.COM
    GitHub - Rose22/openlumara: AI agent framework, written from scratch (not based on openclaw), focused on stripping it down to the bare necessities, optimizing token count, reducing security risks. modular so you can enable only exactly what you need.
    AI agent framework, written from scratch (not based on openclaw), focused on stripping it down to the bare necessities, optimizing token count, reducing security risks. modular so you can enable on...
    5 Kommentare 0 Geteilt 892 Ansichten 0 Bewertungen
  • Cloudflare OS: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI

    ในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรกลายเป็นสิ่งจำเป็น Cloudflare OS คือคำตอบที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงด้วย AI

    Cloudflare OS คืออะไร?

    Cloudflare OS ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม แต่เป็น "ระบบปฏิบัติการ" สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใน Cloudflare เอง และปัจจุบันได้เปิดให้ใช้งานแบบ Open Source เพื่อให้องค์กรอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดได้

    คำว่า "ระบบปฏิบัติการ" ในที่นี้มีความหมายสองนัย:

    1. ระบบปฏิบัติการเพื่อการทำงานร่วมกับ AI: ช่วยให้พนักงานในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยที่ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมั่นใจได้
    2. ระบบปฏิบัติการสำหรับ AI Workloads: เปรียบเสมือนระบบที่จัดการการทำงานของ AI ในลักษณะเดียวกับที่ระบบปฏิบัติการแบบดั้งเดิมจัดการการประมวลผล

    Cloudflare OS มอบอะไรให้คุณบ้าง?

    Cloudflare OS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่สำคัญ ได้แก่:

    • Agent Chat UI: ส่วนต่อประสานสำหรับสนทนากับ AI Agent ที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลเฉพาะขององค์กร คุณสามารถสั่งให้ Agent ทำงานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
    • Sandboxed Application Development: สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า "Gadgets" คุณสามารถสั่งให้ AI สร้าง Gadget ตามที่คุณต้องการ และแชร์ให้กับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัย
    • Security Framework (Gatekeepers): กรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่ชื่อว่า Gatekeepers ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตและควบคุมการทำงานของทั้ง Agent และ Gadget เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทดลองและใช้งานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย

    Gadgets: แนวคิดใหม่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์

    หัวใจสำคัญของ Cloudflare OS คือ "Gadgets" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่วนบุคคลที่สร้างขึ้นโดย AI โดยแต่ละ Gadget จะทำงานใน Sandbox ของตัวเอง ทำให้มีความปลอดภัยสูง ผู้ใช้สามารถขอให้ AI เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Gadget ได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิด Software as a Service (SaaS) แบบดั้งเดิม

    Gatekeepers: การรักษาความปลอดภัยแบบอิงความสามารถ

    Gatekeepers คือกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการเข้าถึงทรัพยากรภายนอกของ Agent และ Gadget โดยจะทำหน้าที่:

    • ให้บริการ API ที่สะอาด: ห่อหุ้ม API ดั้งเดิมของบริการภายนอกให้ใช้งานง่ายขึ้น
    • จัดการการอนุญาต (Authorization): เช่น การยืนยันตัวตนผ่าน OAuth
    • จำกัดการเข้าถึง: กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะทรัพยากรที่ผู้ใช้ตั้งใจ
    • บันทึกการดำเนินการ: เก็บ Log การกระทำทั้งหมดของ Gadget หรือ Agent เพื่อให้ตรวจสอบได้
    • การอนุมัติการกระทำ (Human-in-the-loop): ให้ผู้ใช้สามารถอนุมัติหรือปฏิเสธการกระทำที่มีผลกระทบก่อนดำเนินการจริง

    นวัตกรรมสำคัญของ Gatekeepers คือการอนุญาตให้ Agent ดำเนินการจำลองผลลัพธ์และทำงานต่อเนื่องไปก่อนได้ โดยผู้ใช้สามารถอนุมัติการกระทำทั้งหมดในภายหลัง เมื่อสะดวก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าที่เกิดจากการรออนุมัติแบบ Synchronous

    แนวคิดการใช้งาน: เหมือนชุดโปรแกรม Office

    ประสบการณ์การใช้งาน Cloudflare OS คล้ายคลึงกับการใช้ชุดโปรแกรม Office ออนไลน์ เช่น Google Docs หรือ MS Office แต่ละ "Gadget" สามารถเปรียบเสมือนเอกสารแต่ละประเภท (เช่น เอกสาร, สเปรดชีต, สไลด์) ที่มีความสามารถเป็นแอปพลิเคชันเฉพาะตัว ซึ่งสามารถสร้าง, แก้ไข, และแชร์เพื่อทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัย

    Blueprints: การแบ่งปันโค้ดและแอปพลิเคชัน

    หากคุณสร้าง Gadget ที่มีประโยชน์ คุณสามารถแปลง Gadget นั้นให้เป็น "Blueprint" เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการสร้าง Gadget ใหม่ ๆ หรือแชร์ให้กับผู้อื่นได้ เป็นการแบ่งปันโค้ดแอปพลิเคชันทั้งหมด แทนที่จะเป็นเพียงเนื้อหา

    การพัฒนาและเทคโนโลยีเบื้องหลัง

    Cloudflare OS สร้างขึ้นบน Cloudflare Workers โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง Durable Objects, Dynamic Workers, และ Facets อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ workerd ซึ่งเป็น Cloudflare Workers Runtime แบบ Open Source ยังทำให้ Cloudflare OS สามารถทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองได้เช่นกัน

    Agent อเนกประสงค์

    Agent ที่มาพร้อมกับ Cloudflare OS เป็น Agent อเนกประสงค์ที่สามารถทำงานได้หลากหลาย โดยเฉพาะการเขียนโค้ดเพื่อสร้าง Gadget หรือทำงานอื่น ๆ ตามคำสั่ง AI Agent จะทำงานโดยการเขียนและรัน Snippet โค้ด และสามารถเชื่อมต่อกับทรัพยากรภายนอกผ่าน Gatekeepers ได้

    การทำงานแบบ Real-time Multiplayer

    การแชร์ Gadget เพื่อทำงานร่วมกันแบบ Real-time เป็นไปได้ด้วย Durable Objects ของ Cloudflare ซึ่งช่วยให้การทำงานร่วมกันแบบสด ๆ เป็นเรื่องง่าย โดย Agent จะถูกสร้างมาให้รองรับการทำงานนี้โดยอัตโนมัติ

    ข้อควรทราบ: อยู่ในระหว่างการพัฒนา (Early Access)

    Cloudflare OS ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวอร์ชัน 2 ที่เพิ่งเปิดตัว ยังคงมีส่วนที่ต้องปรับปรุงอีกมาก ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่าเป็น "Early Access" และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น

    #CloudflareOS #AI #Productivity #OpenSource #CloudflareWorkers

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://github.com/cloudflare/cloudflare-os

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://github.com/cloudflare/cloudflare-os?

    Cloudflare OS: ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AIในยุคที่เทคโนโลยี AI ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว การนำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรกลายเป็นสิ่งจำเป็น Cloudflare OS คือคำตอบที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงด้วย AICloudflare OS คืออะไร?Cloudflare OS ไม่ใช่ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์แบบดั้งเดิม แต่เป็น "ระบบปฏิบัติการ" สำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วย AI ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใน Cloudflare เอง และปัจจุบันได้เปิดให้ใช้งานแบบ Open Source เพื่อให้องค์กรอื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาต่อยอดได้คำว่า "ระบบปฏิบัติการ" ในที่นี้มีความหมายสองนัย:ระบบปฏิบัติการเพื่อการทำงานร่วมกับ AI: ช่วยให้พนักงานในองค์กรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยที่ทีมรักษาความปลอดภัยสามารถมั่นใจได้ระบบปฏิบัติการสำหรับ AI Workloads: เปรียบเสมือนระบบที่จัดการการทำงานของ AI ในลักษณะเดียวกับที่ระบบปฏิบัติการแบบดั้งเดิมจัดการการประมวลผลCloudflare OS มอบอะไรให้คุณบ้าง?Cloudflare OS ประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่สำคัญ ได้แก่:Agent Chat UI: ส่วนต่อประสานสำหรับสนทนากับ AI Agent ที่ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลเฉพาะขององค์กร คุณสามารถสั่งให้ Agent ทำงานต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายSandboxed Application Development: สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับการพัฒนาแอปพลิเคชันขนาดเล็ก หรือที่เรียกว่า "Gadgets" คุณสามารถสั่งให้ AI สร้าง Gadget ตามที่คุณต้องการ และแชร์ให้กับผู้อื่นได้อย่างปลอดภัยSecurity Framework (Gatekeepers): กรอบการทำงานด้านความปลอดภัยที่ชื่อว่า Gatekeepers ทำหน้าที่กำหนดขอบเขตและควบคุมการทำงานของทั้ง Agent และ Gadget เพื่อให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถทดลองและใช้งานได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยGadgets: แนวคิดใหม่ของการพัฒนาซอฟต์แวร์หัวใจสำคัญของ Cloudflare OS คือ "Gadgets" ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่วนบุคคลที่สร้างขึ้นโดย AI โดยแต่ละ Gadget จะทำงานใน Sandbox ของตัวเอง ทำให้มีความปลอดภัยสูง ผู้ใช้สามารถขอให้ AI เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ให้กับ Gadget ได้ตามต้องการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลกระทบต่อระบบอื่น ๆ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิด Software as a Service (SaaS) แบบดั้งเดิมGatekeepers: การรักษาความปลอดภัยแบบอิงความสามารถGatekeepers คือกลไกสำคัญที่ทำหน้าที่บริหารจัดการการเข้าถึงทรัพยากรภายนอกของ Agent และ Gadget โดยจะทำหน้าที่:ให้บริการ API ที่สะอาด: ห่อหุ้ม API ดั้งเดิมของบริการภายนอกให้ใช้งานง่ายขึ้นจัดการการอนุญาต (Authorization): เช่น การยืนยันตัวตนผ่าน OAuthจำกัดการเข้าถึง: กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเฉพาะทรัพยากรที่ผู้ใช้ตั้งใจบันทึกการดำเนินการ: เก็บ Log การกระทำทั้งหมดของ Gadget หรือ Agent เพื่อให้ตรวจสอบได้การอนุมัติการกระทำ (Human-in-the-loop): ให้ผู้ใช้สามารถอนุมัติหรือปฏิเสธการกระทำที่มีผลกระทบก่อนดำเนินการจริงนวัตกรรมสำคัญของ Gatekeepers คือการอนุญาตให้ Agent ดำเนินการจำลองผลลัพธ์และทำงานต่อเนื่องไปก่อนได้ โดยผู้ใช้สามารถอนุมัติการกระทำทั้งหมดในภายหลัง เมื่อสะดวก ซึ่งช่วยแก้ปัญหาความล่าช้าที่เกิดจากการรออนุมัติแบบ Synchronousแนวคิดการใช้งาน: เหมือนชุดโปรแกรม Officeประสบการณ์การใช้งาน Cloudflare OS คล้ายคลึงกับการใช้ชุดโปรแกรม Office ออนไลน์ เช่น Google Docs หรือ MS Office แต่ละ "Gadget" สามารถเปรียบเสมือนเอกสารแต่ละประเภท (เช่น เอกสาร, สเปรดชีต, สไลด์) ที่มีความสามารถเป็นแอปพลิเคชันเฉพาะตัว ซึ่งสามารถสร้าง, แก้ไข, และแชร์เพื่อทำงานร่วมกันได้อย่างปลอดภัยBlueprints: การแบ่งปันโค้ดและแอปพลิเคชันหากคุณสร้าง Gadget ที่มีประโยชน์ คุณสามารถแปลง Gadget นั้นให้เป็น "Blueprint" เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการสร้าง Gadget ใหม่ ๆ หรือแชร์ให้กับผู้อื่นได้ เป็นการแบ่งปันโค้ดแอปพลิเคชันทั้งหมด แทนที่จะเป็นเพียงเนื้อหาการพัฒนาและเทคโนโลยีเบื้องหลังCloudflare OS สร้างขึ้นบน Cloudflare Workers โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอย่าง Durable Objects, Dynamic Workers, และ Facets อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ workerd ซึ่งเป็น Cloudflare Workers Runtime แบบ Open Source ยังทำให้ Cloudflare OS สามารถทำงานบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองได้เช่นกันAgent อเนกประสงค์Agent ที่มาพร้อมกับ Cloudflare OS เป็น Agent อเนกประสงค์ที่สามารถทำงานได้หลากหลาย โดยเฉพาะการเขียนโค้ดเพื่อสร้าง Gadget หรือทำงานอื่น ๆ ตามคำสั่ง AI Agent จะทำงานโดยการเขียนและรัน Snippet โค้ด และสามารถเชื่อมต่อกับทรัพยากรภายนอกผ่าน Gatekeepers ได้การทำงานแบบ Real-time Multiplayerการแชร์ Gadget เพื่อทำงานร่วมกันแบบ Real-time เป็นไปได้ด้วย Durable Objects ของ Cloudflare ซึ่งช่วยให้การทำงานร่วมกันแบบสด ๆ เป็นเรื่องง่าย โดย Agent จะถูกสร้างมาให้รองรับการทำงานนี้โดยอัตโนมัติข้อควรทราบ: อยู่ในระหว่างการพัฒนา (Early Access)Cloudflare OS ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวอร์ชัน 2 ที่เพิ่งเปิดตัว ยังคงมีส่วนที่ต้องปรับปรุงอีกมาก ผู้ใช้งานควรพิจารณาว่าเป็น "Early Access" และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น#CloudflareOS #AI #Productivity #OpenSource #CloudflareWorkershttps://github.com/cloudflare/cloudflare-oshttps://github.com/cloudflare/cloudflare-os?
    Shared content
    GITHUB.COM
    GitHub - cloudflare/cloudflare-os: Agent workspace built on Cloudflare Workers for creating documents, building apps, and running agents with your company’s context and systems.
    Agent workspace built on Cloudflare Workers for creating documents, building apps, and running agents with your company’s context and systems. - cloudflare/cloudflare-os
    7 Kommentare 0 Geteilt 947 Ansichten 0 Bewertungen
  • Muse Code: เครื่องมือ AI จาก Meta สำหรับนักพัฒนาโค้ด

    ในยุคที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดยิ่งขึ้นก็มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย Meta ได้เปิดตัว Muse Code ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจสำหรับวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจศักยภาพของ AI ในการช่วยเขียนโค้ด

    Muse Code คืออะไร?

    Muse Code เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ Meta ในการพัฒนา AI ที่สามารถเข้าใจและสร้างสรรค์โค้ดได้ โดยเน้นไปที่การทดสอบและสำรวจประสิทธิภาพของโมเดล AI ต่างๆ ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ด เช่น การแข่งขันเขียนโค้ด (Competitive Coding), การให้เหตุผลเชิงตรรกะ (Reasoning) และการทำงานแบบ Agentic (Agentic Performance) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเข้าใจข้อมูลแบบ Multimodal (Multimodal Understanding)

    ทำไม Muse Code ถึงน่าสนใจ?

    สำหรับนักพัฒนา Muse Code นำเสนอโอกาสในการ:

    • สำรวจศักยภาพ AI: ทำความเข้าใจว่า AI สามารถช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในการเขียนโค้ดได้อย่างไร
    • เพิ่มประสิทธิภาพ: ค้นหาเครื่องมือหรือเทคนิคที่ช่วยให้การเขียนโค้ดเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้น
    • ทดสอบขีดจำกัด: สำรวจขีดจำกัดของโมเดล AI ในการทำงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหา
    • พัฒนาโมเดล: เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพัฒนาโมเดล AI ด้านการเขียนโค้ดให้ดียิ่งขึ้น

    การประเมินประสิทธิภาพของ Muse Spark

    Muse Code ได้มีการประเมินประสิทธิภาพของ Muse Spark ซึ่งเป็นโมเดล AI ในด้านต่างๆ ดังนี้:

    • Competitive Coding: การทดสอบความสามารถของ AI ในการแก้โจทย์ปัญหาการแข่งขันเขียนโค้ดที่ต้องอาศัยอัลกอริทึมและโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อน
    • Reasoning: การประเมินความสามารถในการให้เหตุผลเชิงตรรกะ เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาโค้ด
    • Agentic Performance: การทดสอบว่า AI สามารถทำงานเป็น "Agent" ที่สามารถวางแผนและดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้หรือไม่
    • Multimodal Understanding: การประเมินความสามารถในการเข้าใจข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบ เช่น โค้ด ภาพ หรือข้อความ เพื่อนำมาประมวลผล

    Muse Code เหมาะกับใคร?

    • นักพัฒนาซอฟต์แวร์: ที่สนใจนำ AI มาช่วยในการเขียนโค้ด หรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
    • นักวิจัย AI: ที่ต้องการศึกษาและพัฒนาโมเดล AI ด้านการเขียนโค้ด
    • ผู้ที่สนใจเทคโนโลยี AI: ที่ต้องการติดตามความก้าวหน้าของ AI ในการประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆ

    Muse Code จาก Meta เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของ AI ในโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ การสำรวจและทำความเข้าใจเครื่องมือเช่น Muse Code จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://developer.meta.com/ai/products/muse-code/

    Muse Code: เครื่องมือ AI จาก Meta สำหรับนักพัฒนาโค้ดในยุคที่เทคโนโลยี AI พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เครื่องมือที่ช่วยให้นักพัฒนาสามารถเขียนโค้ดได้อย่างมีประสิทธิภาพและชาญฉลาดยิ่งขึ้นก็มีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย Meta ได้เปิดตัว Muse Code ซึ่งเป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจสำหรับวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสำรวจศักยภาพของ AI ในการช่วยเขียนโค้ดMuse Code คืออะไร?Muse Code เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของ Meta ในการพัฒนา AI ที่สามารถเข้าใจและสร้างสรรค์โค้ดได้ โดยเน้นไปที่การทดสอบและสำรวจประสิทธิภาพของโมเดล AI ต่างๆ ในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโค้ด เช่น การแข่งขันเขียนโค้ด (Competitive Coding), การให้เหตุผลเชิงตรรกะ (Reasoning) และการทำงานแบบ Agentic (Agentic Performance) ซึ่งรวมถึงความสามารถในการเข้าใจข้อมูลแบบ Multimodal (Multimodal Understanding)ทำไม Muse Code ถึงน่าสนใจ?สำหรับนักพัฒนา Muse Code นำเสนอโอกาสในการ:สำรวจศักยภาพ AI: ทำความเข้าใจว่า AI สามารถช่วยแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในการเขียนโค้ดได้อย่างไรเพิ่มประสิทธิภาพ: ค้นหาเครื่องมือหรือเทคนิคที่ช่วยให้การเขียนโค้ดเร็วขึ้นและแม่นยำขึ้นทดสอบขีดจำกัด: สำรวจขีดจำกัดของโมเดล AI ในการทำงานที่ต้องใช้การคิดวิเคราะห์และการแก้ปัญหาพัฒนาโมเดล: เป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงสำหรับการพัฒนาโมเดล AI ด้านการเขียนโค้ดให้ดียิ่งขึ้นการประเมินประสิทธิภาพของ Muse SparkMuse Code ได้มีการประเมินประสิทธิภาพของ Muse Spark ซึ่งเป็นโมเดล AI ในด้านต่างๆ ดังนี้:Competitive Coding: การทดสอบความสามารถของ AI ในการแก้โจทย์ปัญหาการแข่งขันเขียนโค้ดที่ต้องอาศัยอัลกอริทึมและโครงสร้างข้อมูลที่ซับซ้อนReasoning: การประเมินความสามารถในการให้เหตุผลเชิงตรรกะ เพื่อทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหาโค้ดAgentic Performance: การทดสอบว่า AI สามารถทำงานเป็น "Agent" ที่สามารถวางแผนและดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้หรือไม่Multimodal Understanding: การประเมินความสามารถในการเข้าใจข้อมูลที่หลากหลายรูปแบบ เช่น โค้ด ภาพ หรือข้อความ เพื่อนำมาประมวลผลMuse Code เหมาะกับใคร?นักพัฒนาซอฟต์แวร์: ที่สนใจนำ AI มาช่วยในการเขียนโค้ด หรือต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานนักวิจัย AI: ที่ต้องการศึกษาและพัฒนาโมเดล AI ด้านการเขียนโค้ดผู้ที่สนใจเทคโนโลยี AI: ที่ต้องการติดตามความก้าวหน้าของ AI ในการประยุกต์ใช้กับงานด้านต่างๆMuse Code จาก Meta เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้อันไร้ขีดจำกัดของ AI ในโลกของการพัฒนาซอฟต์แวร์ การสำรวจและทำความเข้าใจเครื่องมือเช่น Muse Code จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่https://developer.meta.com/ai/products/muse-code/
    Shared content
    DEVELOPER.META.COM
    Muse code | Meta
    Explore performance benchmarks for Muse Spark. Competitive coding, reasoning, and agentic performance with multimodal understanding.
    2 Kommentare 0 Geteilt 941 Ansichten 0 Bewertungen
  • Muse Glimmer-30B GGUF: โมเดล AI อัจฉริยะที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ของคุณเอง 🚀

    ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของชีวิต การมีเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังและทำงานได้ด้วยตัวเองบนอุปกรณ์ของคุณเองถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Muse Glimmer-30B GGUF โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ซับซ้อนของ "เอเจนต์อัจฉริยะ" (Agentic Tasks) โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ทั่วไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์

    Muse Glimmer-30B GGUF คืออะไร?

    Muse Glimmer-30B GGUF เป็นโมเดลภาษาแบบ Causal Language Model ที่มีขนาด 30 พันล้านพารามิเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นโดย Meta Superintelligence Lab โดยมีจุดเด่นคือการมี Perception Encoder ที่ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ (Multimodal) และถูกกลั่นกรองมาจากโมเดล Muse Spark ทำให้ Muse Glimmer มีความสามารถโดดเด่นในการทำงานที่ต้องอาศัยการวางแผนหลายขั้นตอน การใช้เครื่องมือ (Tool Use) การเข้าใจภาพและข้อความร่วมกัน และการจัดการกับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น

    ความสามารถหลักที่ทำให้ Muse Glimmer โดดเด่น

    โมเดลนี้ถูกฝึกฝนและประเมินผลโดยเน้นความสามารถที่จำเป็นสำหรับเอเจนต์ AI ที่มีประสิทธิภาพ:

    • การทำงานแบบเอเจนต์ที่สมบูรณ์ (End-to-end Agentic Task Completion): Muse Glimmer ทำงานได้ดีในชุดทดสอบที่วัดความสามารถในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง เช่น DeepSearch QA, MCP-Atlas, 𝛕3-Bench และ SWE-Bench ซึ่งรวมถึงการเขียนและแก้ไขโค้ด การตอบคำถามที่ต้องอาศัยการค้นหาหลายขั้นตอน และการจัดการคำขอที่ต้องมีการโต้ตอบหลายครั้ง
    • การใช้เครื่องมือที่เชื่อถือได้ (Reliable Tool Use): โมเดลสามารถเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มี Schema กำหนดไว้ได้อย่างแม่นยำ ตลอดกระบวนการทำงานที่ยาวนาน
    • การคิดวิเคราะห์หลายขั้นตอน (Multi-Step Reasoning): Muse Glimmer สามารถวางแผนและเชื่อมโยงการคิดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อรักษาแผนการทำงานที่สอดคล้องกันในกระบวนการที่ซับซ้อน
    • การจัดการข้อผิดพลาด (Failure Recovery): เมื่อการเรียกใช้เครื่องมือล้มเหลวหรือให้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด โมเดลจะสามารถวินิจฉัยข้อผิดพลาดและลองใหม่อีกครั้ง แทนที่จะหยุดทำงาน
    • การรับและประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบ (Multimodal Input and Reasoning): ด้วย Perception Encoder ที่มีอยู่ โมเดลสามารถรับข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความและรูปภาพสลับกันได้ ทำให้สามารถตีความภาพหน้าจอ แผนภูมิ หรือเอกสารต่างๆ ร่วมกับการสนทนาได้
    • ความเข้ากันได้กับโครงสร้างการทำงาน (Scaffold Compatibility): Muse Glimmer สามารถทำงานร่วมกับ OpenClaw, Hermes Agent และรูปแบบการจัดการเอเจนต์อื่นๆ ได้
    • การควบคุมระดับความพยายาม (Controllable Effort): โมเดลรองรับการตั้งค่าระดับการคิดวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างคุณภาพและความเร็วที่เหมาะสม
    • รองรับหลายภาษา (Multilingual): Muse Glimmer ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลจากมากกว่า 100 ภาษา

    การปรับแต่งเพื่อการทำงานบนอุปกรณ์ของคุณเอง (Optimized for Local Deployments)

    Muse Glimmer ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ทั่วไป โดยไม่ลดทอนคุณภาพ:

    • การบีบอัดโมเดล (Fitting the Model on Your Device): ใช้เทคนิค Quantization เพื่อบีบอัดน้ำหนักของโมเดลให้มีความแม่นยำประมาณ 4-bit ทำให้ขนาดโมเดลเล็กลงเหลือเพียงไม่ถึง 20 GB ซึ่งเพียงพอสำหรับพื้นที่ของ KV cache, Perception Encoder และ Speculative Decoding Drafter ในอุปกรณ์ที่มี RAM 24 GB หรือ 32 GB โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเอเจนต์
    • การสร้างข้อความที่รวดเร็วด้วย Speculative Decoding: โมเดลมาพร้อมกับ "Drafter" ขนาดเล็ก ที่สามารถเสนอชุดของ Token ทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่งโมเดลหลักจะทำการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด ทำให้ Muse Glimmer สร้างข้อความได้เร็วกว่าการสร้างทีละ Token โดยที่คุณภาพยังคงเดิม

    การประเมินประสิทธิภาพ

    Muse Glimmer ถูกประเมินบนชุดทดสอบที่หลากหลายเพื่อวัดความสามารถของเอเจนต์อัจฉริยะ เมื่อเทียบกับโมเดลอื่นในขนาดใกล้เคียงกัน Muse Glimmer แสดงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในหลายๆ ด้าน

    การตั้งค่าเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

    เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรตั้งค่าดังนี้:

    • Reasoning Strength: ตั้งค่าระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของโมเดล โดยสามารถกำหนดใน System Prompt ได้ เช่น Reasoning strength: โดยมีระดับให้เลือกคือ low, medium, high, xhigh แนะนำให้ใช้ high หรือ xhigh สำหรับงานที่ซับซ้อน การเขียนโค้ด และงานเอเจนต์

    ข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยและการใช้งาน

    เช่นเดียวกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่อื่นๆ Muse Glimmer ควรถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ AI ที่มีมาตรการป้องกันเพิ่มเติม (Guardrails) เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยและความสอดคล้องกับการใช้งาน

    โมเดลนี้ได้รับการประเมินความเสี่ยงในหลากหลายมิติ เช่น ความปลอดภัยของเนื้อหา, ความเสี่ยงจากพฤติกรรมเอเจนต์, ความเป็นส่วนตัว และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ โดยโดยรวมแล้ว Muse Glimmer ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยง ระดับปานกลางหรือต่ำ ในด้านเคมี/ชีวภาพ, ไซเบอร์ และการสูญเสียการควบคุม

    การนำไปใช้งานที่ตั้งใจไว้

    Muse Glimmer เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ:

    • เอเจนต์ AI แบบ Local: การวางแผนหลายขั้นตอน การเรียกใช้เครื่องมือตามลำดับ การจัดการข้อผิดพลาด และการทำงานระยะยาว โดยทำงานทั้งหมดบนอุปกรณ์ของผู้ใช้
    • เอเจนต์เขียนโค้ด: การเขียน แก้ไข และแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์
    • การใช้เครื่องมือและการเรียกฟังก์ชัน: การเรียกใช้เครื่องมือตาม Schema ที่กำหนดไว้อย่างน่าเชื่อถือ
    • การคิดวิเคราะห์แบบ Multimodal: การตีความภาพหน้าจอ แผนภูมิ เอกสาร และรูปภาพอื่นๆ ร่วมกับการสนทนา
    • การสร้างข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data Generation): สำหรับการพัฒนาโมเดลในลำดับถัดไป
    • การประเมินผลแบบ LLM-as-a-judge: ใช้เป็นเครื่องมือประเมินผลลัพธ์ของโมเดลอื่นๆ

    ข้อจำกัด: โมเดลนี้ ไม่รองรับ การรับหรือส่งเสียง (Audio input/output) และไม่ควรนำไปใช้ในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดของ Apache 2.0 License

    ข้อควรระวังและข้อจำกัด

    Muse Glimmer เป็นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงที่ทราบและไม่ทราบ การทดสอบที่ผ่านมาอาจไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์:

    • โมเดลอาจสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง มีอคติ หรือไม่เหมาะสม
    • แม้จะปรับแต่งมาเพื่องานเอเจนต์ โมเดลก็อาจเกิดข้อผิดพลาดในการคิดวิเคราะห์หลายขั้นตอน โดยเฉพาะในสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่พบในข้อมูลการฝึก
    • โมเดลไม่ได้ถูกปรับแต่งมาสำหรับวิดีโอโดยเฉพาะ การรับภาพวิดีโอจะถูกประมวลผลเป็นเฟรมภาพแยกกัน
    • ประสิทธิภาพในภาษาที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่รองรับอย่างแข็งแกร่งอาจลดลง
    • การทำงานแบบ Quantized inference อาจมีความแตกต่างด้านคุณภาพเล็กน้อยในกรณีพิเศษเมื่อเทียบกับ Full-precision
    • โมเดลนี้ ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี

    การใช้งานอย่างรับผิดชอบ

    นักพัฒนาควรทำการทดสอบและปรับแต่งความปลอดภัยของตนเองให้เข้ากับการใช้งานเฉพาะของตนเอง แนะนำให้ใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม (เช่น การยืนยันจากมนุษย์สำหรับการดำเนินการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้) เมื่อนำโมเดลไปใช้ในบริบทของเอเจนต์ที่สามารถดำเนินการในโลกจริงได้

    แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

    • คู่มือการใช้งาน Muse Glimmer: ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการ Quantization และคำแนะนำในการใช้งาน
    • Hugging Face: สำหรับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือรายงานข้อผิดพลาดเกี่ยวกับโมเดล
    • เอกสารสำหรับนักพัฒนา: ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับพารามิเตอร์การสร้างและวิธีการใช้งาน Muse Glimmer ในแอปพลิเคชัน

    #AI #MachineLearning #LLM #MuseGlimmer #GGUF

    ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
    https://huggingface.co/unsloth/Muse-Glimmer-30B-GGUF

    Muse Glimmer-30B GGUF: โมเดล AI อัจฉริยะที่ทำงานบนคอมพิวเตอร์ของคุณเอง 🚀ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกแง่มุมของชีวิต การมีเครื่องมือ AI ที่ทรงพลังและทำงานได้ด้วยตัวเองบนอุปกรณ์ของคุณเองถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Muse Glimmer-30B GGUF โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การทำงานที่ซับซ้อนของ "เอเจนต์อัจฉริยะ" (Agentic Tasks) โดยเฉพาะ และที่สำคัญคือ สามารถรันบนฮาร์ดแวร์ทั่วไปได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคลาวด์Muse Glimmer-30B GGUF คืออะไร?Muse Glimmer-30B GGUF เป็นโมเดลภาษาแบบ Causal Language Model ที่มีขนาด 30 พันล้านพารามิเตอร์ ถูกพัฒนาขึ้นโดย Meta Superintelligence Lab โดยมีจุดเด่นคือการมี Perception Encoder ที่ช่วยให้เข้าใจข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ (Multimodal) และถูกกลั่นกรองมาจากโมเดล Muse Spark ทำให้ Muse Glimmer มีความสามารถโดดเด่นในการทำงานที่ต้องอาศัยการวางแผนหลายขั้นตอน การใช้เครื่องมือ (Tool Use) การเข้าใจภาพและข้อความร่วมกัน และการจัดการกับข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นความสามารถหลักที่ทำให้ Muse Glimmer โดดเด่นโมเดลนี้ถูกฝึกฝนและประเมินผลโดยเน้นความสามารถที่จำเป็นสำหรับเอเจนต์ AI ที่มีประสิทธิภาพ:การทำงานแบบเอเจนต์ที่สมบูรณ์ (End-to-end Agentic Task Completion): Muse Glimmer ทำงานได้ดีในชุดทดสอบที่วัดความสามารถในการทำงานให้สำเร็จลุล่วง เช่น DeepSearch QA, MCP-Atlas, 𝛕3-Bench และ SWE-Bench ซึ่งรวมถึงการเขียนและแก้ไขโค้ด การตอบคำถามที่ต้องอาศัยการค้นหาหลายขั้นตอน และการจัดการคำขอที่ต้องมีการโต้ตอบหลายครั้งการใช้เครื่องมือที่เชื่อถือได้ (Reliable Tool Use): โมเดลสามารถเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มี Schema กำหนดไว้ได้อย่างแม่นยำ ตลอดกระบวนการทำงานที่ยาวนานการคิดวิเคราะห์หลายขั้นตอน (Multi-Step Reasoning): Muse Glimmer สามารถวางแผนและเชื่อมโยงการคิดอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อรักษาแผนการทำงานที่สอดคล้องกันในกระบวนการที่ซับซ้อนการจัดการข้อผิดพลาด (Failure Recovery): เมื่อการเรียกใช้เครื่องมือล้มเหลวหรือให้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด โมเดลจะสามารถวินิจฉัยข้อผิดพลาดและลองใหม่อีกครั้ง แทนที่จะหยุดทำงานการรับและประมวลผลข้อมูลหลายรูปแบบ (Multimodal Input and Reasoning): ด้วย Perception Encoder ที่มีอยู่ โมเดลสามารถรับข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความและรูปภาพสลับกันได้ ทำให้สามารถตีความภาพหน้าจอ แผนภูมิ หรือเอกสารต่างๆ ร่วมกับการสนทนาได้ความเข้ากันได้กับโครงสร้างการทำงาน (Scaffold Compatibility): Muse Glimmer สามารถทำงานร่วมกับ OpenClaw, Hermes Agent และรูปแบบการจัดการเอเจนต์อื่นๆ ได้การควบคุมระดับความพยายาม (Controllable Effort): โมเดลรองรับการตั้งค่าระดับการคิดวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างคุณภาพและความเร็วที่เหมาะสมรองรับหลายภาษา (Multilingual): Muse Glimmer ถูกฝึกฝนด้วยข้อมูลจากมากกว่า 100 ภาษาการปรับแต่งเพื่อการทำงานบนอุปกรณ์ของคุณเอง (Optimized for Local Deployments)Muse Glimmer ถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพบนฮาร์ดแวร์ทั่วไป โดยไม่ลดทอนคุณภาพ:การบีบอัดโมเดล (Fitting the Model on Your Device): ใช้เทคนิค Quantization เพื่อบีบอัดน้ำหนักของโมเดลให้มีความแม่นยำประมาณ 4-bit ทำให้ขนาดโมเดลเล็กลงเหลือเพียงไม่ถึง 20 GB ซึ่งเพียงพอสำหรับพื้นที่ของ KV cache, Perception Encoder และ Speculative Decoding Drafter ในอุปกรณ์ที่มี RAM 24 GB หรือ 32 GB โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของเอเจนต์การสร้างข้อความที่รวดเร็วด้วย Speculative Decoding: โมเดลมาพร้อมกับ "Drafter" ขนาดเล็ก ที่สามารถเสนอชุดของ Token ทั้งหมดในครั้งเดียว ซึ่งโมเดลหลักจะทำการตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาด ทำให้ Muse Glimmer สร้างข้อความได้เร็วกว่าการสร้างทีละ Token โดยที่คุณภาพยังคงเดิมการประเมินประสิทธิภาพMuse Glimmer ถูกประเมินบนชุดทดสอบที่หลากหลายเพื่อวัดความสามารถของเอเจนต์อัจฉริยะ เมื่อเทียบกับโมเดลอื่นในขนาดใกล้เคียงกัน Muse Glimmer แสดงประสิทธิภาพที่แข็งแกร่งในหลายๆ ด้านการตั้งค่าเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ควรตั้งค่าดังนี้:Reasoning Strength: ตั้งค่าระดับความสามารถในการคิดวิเคราะห์ของโมเดล โดยสามารถกำหนดใน System Prompt ได้ เช่น Reasoning strength: โดยมีระดับให้เลือกคือ low, medium, high, xhigh แนะนำให้ใช้ high หรือ xhigh สำหรับงานที่ซับซ้อน การเขียนโค้ด และงานเอเจนต์ข้อควรพิจารณาด้านความปลอดภัยและการใช้งานเช่นเดียวกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่อื่นๆ Muse Glimmer ควรถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ AI ที่มีมาตรการป้องกันเพิ่มเติม (Guardrails) เพื่อให้แน่ใจถึงความปลอดภัยและความสอดคล้องกับการใช้งานโมเดลนี้ได้รับการประเมินความเสี่ยงในหลากหลายมิติ เช่น ความปลอดภัยของเนื้อหา, ความเสี่ยงจากพฤติกรรมเอเจนต์, ความเป็นส่วนตัว และความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ โดยโดยรวมแล้ว Muse Glimmer ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยง ระดับปานกลางหรือต่ำ ในด้านเคมี/ชีวภาพ, ไซเบอร์ และการสูญเสียการควบคุมการนำไปใช้งานที่ตั้งใจไว้Muse Glimmer เหมาะสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ:เอเจนต์ AI แบบ Local: การวางแผนหลายขั้นตอน การเรียกใช้เครื่องมือตามลำดับ การจัดการข้อผิดพลาด และการทำงานระยะยาว โดยทำงานทั้งหมดบนอุปกรณ์ของผู้ใช้เอเจนต์เขียนโค้ด: การเขียน แก้ไข และแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์การใช้เครื่องมือและการเรียกฟังก์ชัน: การเรียกใช้เครื่องมือตาม Schema ที่กำหนดไว้อย่างน่าเชื่อถือการคิดวิเคราะห์แบบ Multimodal: การตีความภาพหน้าจอ แผนภูมิ เอกสาร และรูปภาพอื่นๆ ร่วมกับการสนทนาการสร้างข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic Data Generation): สำหรับการพัฒนาโมเดลในลำดับถัดไปการประเมินผลแบบ LLM-as-a-judge: ใช้เป็นเครื่องมือประเมินผลลัพธ์ของโมเดลอื่นๆข้อจำกัด: โมเดลนี้ ไม่รองรับ การรับหรือส่งเสียง (Audio input/output) และไม่ควรนำไปใช้ในลักษณะที่ละเมิดกฎหมายหรือข้อกำหนดของ Apache 2.0 Licenseข้อควรระวังและข้อจำกัดMuse Glimmer เป็นเทคโนโลยีที่มีความเสี่ยงที่ทราบและไม่ทราบ การทดสอบที่ผ่านมาอาจไม่ครอบคลุมทุกสถานการณ์:โมเดลอาจสร้างผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้อง มีอคติ หรือไม่เหมาะสมแม้จะปรับแต่งมาเพื่องานเอเจนต์ โมเดลก็อาจเกิดข้อผิดพลาดในการคิดวิเคราะห์หลายขั้นตอน โดยเฉพาะในสถานการณ์ใหม่ๆ ที่ไม่พบในข้อมูลการฝึกโมเดลไม่ได้ถูกปรับแต่งมาสำหรับวิดีโอโดยเฉพาะ การรับภาพวิดีโอจะถูกประมวลผลเป็นเฟรมภาพแยกกันประสิทธิภาพในภาษาที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่รองรับอย่างแข็งแกร่งอาจลดลงการทำงานแบบ Quantized inference อาจมีความแตกต่างด้านคุณภาพเล็กน้อยในกรณีพิเศษเมื่อเทียบกับ Full-precisionโมเดลนี้ ไม่เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีการใช้งานอย่างรับผิดชอบนักพัฒนาควรทำการทดสอบและปรับแต่งความปลอดภัยของตนเองให้เข้ากับการใช้งานเฉพาะของตนเอง แนะนำให้ใช้มาตรการป้องกันเพิ่มเติม (เช่น การยืนยันจากมนุษย์สำหรับการดำเนินการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้) เมื่อนำโมเดลไปใช้ในบริบทของเอเจนต์ที่สามารถดำเนินการในโลกจริงได้แหล่งข้อมูลเพิ่มเติมคู่มือการใช้งาน Muse Glimmer: ดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการ Quantization และคำแนะนำในการใช้งานHugging Face: สำหรับความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือรายงานข้อผิดพลาดเกี่ยวกับโมเดลเอกสารสำหรับนักพัฒนา: ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับพารามิเตอร์การสร้างและวิธีการใช้งาน Muse Glimmer ในแอปพลิเคชัน#AI #MachineLearning #LLM #MuseGlimmer #GGUFhttps://huggingface.co/unsloth/Muse-Glimmer-30B-GGUF
    Shared content
    HUGGINGFACE.CO
    unsloth/Muse-Glimmer-30B-GGUF · Hugging Face
    We’re on a journey to advance and democratize artificial intelligence through open source and open science.
    7 Kommentare 0 Geteilt 926 Ansichten 0 Bewertungen