อูลานฉาบ: เมืองที่ไม่ธรรมดาใจกลางการเติบโตของ AI ในจีน 🇨🇳

หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ "อูลานฉาบ" (Ulanqab) เมืองเล็กๆ ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน แต่แท้จริงแล้ว เมืองนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยปัจจัยหลายประการที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นทำเลทองสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งอนาคต

ทำไมอูลานฉาบถึงน่าสนใจสำหรับ Data Center?

อูลานฉาบเป็นเมืองที่มีประชากรราว 1.5 ล้านคน แต่ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มีการเปิดหรือเริ่มก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแล้วเกือบ 100 แห่ง บริษัทจีนได้ประกาศแผนการลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูลที่มีกำลังการผลิตรวมกว่า 12.5 กิกะวัตต์ ซึ่งมากกว่าโครงการ Stargate ของ OpenAI ที่ตั้งเป้าไว้ 10 กิกะวัตต์เสียอีก!

ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดบริษัทต่างๆ มายังอูลานฉาบ ได้แก่:

  • สภาพอากาศเย็นสบาย: เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่สูงในที่ราบสูงมองโกเลีย ทำให้มีฤดูหนาวที่ยาวนานและอากาศเย็นจัด ช่วยลดการใช้พลังงานในการระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูลได้อย่างมาก
  • ใกล้ปักกิ่ง: การอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ทำให้การส่งข้อมูลไปยังภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นทำได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาความหน่วง (Latency)
  • ค่าไฟฟ้าถูก: มองโกเลียในเป็นภูมิภาคที่มีค่าไฟฟ้าถูกที่สุดแห่งหนึ่งในจีน ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของพลังงานลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงแหล่งพลังงานถ่านหินที่มีอยู่อุดมสมบูรณ์

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทจีน

สิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัท AI ของจีนกำลังลงทุนอย่างหนักในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง แทนที่จะเช่าใช้บริการจากบริษัทคลาวด์อย่างที่เคยเป็นมา DeepSeek, ByteDance, Alibaba และ Xiaohongshu กำลังสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ในอูลานฉาบ การลงทุนครั้งใหญ่นี้บ่งชี้ว่าบริษัทจีนกำลังก้าวตามทันบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาในด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพสำหรับ AI

ความท้าทาย: การขาดแคลนน้ำ 💧

แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนมากมาย แต่อูลานฉาบก็เผชิญกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือ การขาดแคลนน้ำ เมืองนี้มีความแห้งแล้งคล้ายกับเมืองเดนเวอร์ โดยมีปริมาณน้ำฝนเพียงประมาณ 14 นิ้วต่อปี รัฐบาลท้องถิ่นกำลังประสบปัญหาในการจัดหาน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอยู่แล้ว ก่อนที่โครงการศูนย์ข้อมูลใหม่ๆ จะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ

บริษัทจัดการน้ำในอูลานฉาบต้องปิดระบบจ่ายน้ำหลายแห่งเป็นเวลา 7 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อบรรเทาความต้องการที่สูงเกินไป แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะต้องการน้ำน้อยลงในช่วงฤดูหนาว (โดยต้องการน้ำเพิ่มเติมสำหรับการระบายความร้อนเพียง 2 เดือนต่อปี) แต่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมดนี้ก็อาจก่อให้เกิดความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อภูมิภาคได้

จากศูนย์ข้อมูลสำรอง สู่ศูนย์กลาง AI

มองโกเลียในเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลมานานกว่าทศวรรษแล้ว ก่อนที่จะเกิดกระแส AI อย่างทุกวันนี้ Huawei ได้สร้างศูนย์ข้อมูลแห่งแรกที่อูลานฉาบในปี 2016 ตามมาด้วย Apple ในอีก 3 ปีต่อมา ในปี 2021 พื้นที่แห่งนี้ได้รับการกำหนดให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของโครงการ "Eastern Data, Western Compute" ของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของจีน

แต่เดิม ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีข้อเสียเปรียบหลักคือการอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งตะวันออกที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้เกิดอัตราความหน่วงสูงในการส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้ส่วนใหญ่ ส่งผลให้ถูกจำกัดการใช้งานให้เป็นเพียงที่เก็บข้อมูลสำรอง

AI เปลี่ยนบทบาทศูนย์ข้อมูล

การมาถึงของ AI ในปี 2022 ได้เปลี่ยนมุมมองนี้ เมื่อตระหนักว่าศูนย์ข้อมูลที่อยู่ห่างไกลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการฝึกฝนโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการฝึกโมเดล AI อาจใช้เวลาหลายเดือนและไม่ต้องการการปรับแต่งแบบเรียลไทม์มากนัก ทำให้อัตราความหน่วงไม่ใช่ปัญหาใหญ่

เมื่อเทียบกับศูนย์ข้อมูลอื่นๆ ในจีน การเติบโตของอูลานฉาบดูเหมือนจะขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ทางการค้ามากกว่าการลงทุนของรัฐบาล บริษัท AI สตาร์ทอัพของจีน เช่น DeepSeek, Moonshot AI และ Zhiput AI กำลังดึงดูดผู้ใช้งานที่จ่ายเงินมากขึ้นในประเทศ ทำให้เกิดความคุ้มค่าทางธุรกิจในการสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับการอนุมาน (Inference) ที่อยู่ใกล้พอที่จะให้บริการได้โดยไม่เกิดความหน่วงมากเกินไป

พลังงานหมุนเวียนและถ่านหิน

รัฐบาลจีนมีความกระตือรือร้นในการสร้างศูนย์ข้อมูลในมองโกเลียใน เพราะอาจช่วยดูดซับกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินของประเทศได้ มีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างภูมิภาคที่มีพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ได้ใช้มากที่สุด กับภูมิภาคที่มีการสร้างศูนย์ข้อมูลมากที่สุด

ในมุมมองของรัฐบาล นี่คือกลยุทธ์แบบ Win-Win จีนสามารถไล่ตามการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลของสหรัฐอเมริกาไปพร้อมๆ กับการเพิ่มอุปสงค์สำหรับพลังงานหมุนเวียน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการมองว่าศูนย์ข้อมูล AI และพลังงานหมุนเวียนในจีนเป็น "คู่แท้" อาจเป็นเรื่องที่ง่ายเกินไป การวิจัยพบว่าประมาณ 37% ของไฟฟ้าในอูลานฉาบยังคงมาจากถ่านหิน และเนื่องจากศูนย์ข้อมูลต้องการการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ประกอบการจึงมักนิยมใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อความน่าเชื่อถือ

มองโกเลียในถูกมองว่าเป็น "เวสต์เวอร์จิเนียของจีน" ซึ่งเป็นแหล่งถ่านหิน แม้ว่าภูมิภาคกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหนหรือจะไปได้ไกลเพียงใด

สำหรับตอนนี้ ศูนย์ข้อมูลที่ผุดขึ้นในพื้นที่สูงของจีนยังคงต้องพึ่งพาถ่านหินในระดับหนึ่ง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ อาจเป็นไปได้ที่ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด

#AI #DataCenter #China #Ulanqab #เทคโนโลยี

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/the-unlikely-place-at-the-center-of-chinas-ai-boom/

อูลานฉาบ: เมืองที่ไม่ธรรมดาใจกลางการเติบโตของ AI ในจีน 🇨🇳หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อ "อูลานฉาบ" (Ulanqab) เมืองเล็กๆ ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ประเทศจีน แต่แท้จริงแล้ว เมืองนี้กำลังกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของจีนอย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยปัจจัยหลายประการที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นทำเลทองสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) แห่งอนาคตทำไมอูลานฉาบถึงน่าสนใจสำหรับ Data Center?อูลานฉาบเป็นเมืองที่มีประชากรราว 1.5 ล้านคน แต่ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา มีการเปิดหรือเริ่มก่อสร้างศูนย์ข้อมูลแล้วเกือบ 100 แห่ง บริษัทจีนได้ประกาศแผนการลงทุนในโครงการศูนย์ข้อมูลที่มีกำลังการผลิตรวมกว่า 12.5 กิกะวัตต์ ซึ่งมากกว่าโครงการ Stargate ของ OpenAI ที่ตั้งเป้าไว้ 10 กิกะวัตต์เสียอีก!ปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดบริษัทต่างๆ มายังอูลานฉาบ ได้แก่:สภาพอากาศเย็นสบาย: เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่สูงในที่ราบสูงมองโกเลีย ทำให้มีฤดูหนาวที่ยาวนานและอากาศเย็นจัด ช่วยลดการใช้พลังงานในการระบายความร้อนของศูนย์ข้อมูลได้อย่างมากใกล้ปักกิ่ง: การอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง ทำให้การส่งข้อมูลไปยังภูมิภาคที่มีประชากรหนาแน่นทำได้อย่างรวดเร็ว ลดปัญหาความหน่วง (Latency)ค่าไฟฟ้าถูก: มองโกเลียในเป็นภูมิภาคที่มีค่าไฟฟ้าถูกที่สุดแห่งหนึ่งในจีน ส่วนหนึ่งมาจากการเติบโตของพลังงานลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงแหล่งพลังงานถ่านหินที่มีอยู่อุดมสมบูรณ์การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัทจีนสิ่งที่น่าสนใจคือ บริษัท AI ของจีนกำลังลงทุนอย่างหนักในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของตนเอง แทนที่จะเช่าใช้บริการจากบริษัทคลาวด์อย่างที่เคยเป็นมา DeepSeek, ByteDance, Alibaba และ Xiaohongshu กำลังสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ในอูลานฉาบ การลงทุนครั้งใหญ่นี้บ่งชี้ว่าบริษัทจีนกำลังก้าวตามทันบริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐอเมริกาในด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพสำหรับ AIความท้าทาย: การขาดแคลนน้ำ 💧แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนมากมาย แต่อูลานฉาบก็เผชิญกับความท้าทายสำคัญ นั่นคือ การขาดแคลนน้ำ เมืองนี้มีความแห้งแล้งคล้ายกับเมืองเดนเวอร์ โดยมีปริมาณน้ำฝนเพียงประมาณ 14 นิ้วต่อปี รัฐบาลท้องถิ่นกำลังประสบปัญหาในการจัดหาน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอยู่แล้ว ก่อนที่โครงการศูนย์ข้อมูลใหม่ๆ จะเริ่มดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบบริษัทจัดการน้ำในอูลานฉาบต้องปิดระบบจ่ายน้ำหลายแห่งเป็นเวลา 7 ชั่วโมงต่อคืนเพื่อบรรเทาความต้องการที่สูงเกินไป แม้ว่าศูนย์ข้อมูลจะต้องการน้ำน้อยลงในช่วงฤดูหนาว (โดยต้องการน้ำเพิ่มเติมสำหรับการระบายความร้อนเพียง 2 เดือนต่อปี) แต่การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ทั้งหมดนี้ก็อาจก่อให้เกิดความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญต่อภูมิภาคได้จากศูนย์ข้อมูลสำรอง สู่ศูนย์กลาง AIมองโกเลียในเป็นที่ตั้งของศูนย์ข้อมูลมานานกว่าทศวรรษแล้ว ก่อนที่จะเกิดกระแส AI อย่างทุกวันนี้ Huawei ได้สร้างศูนย์ข้อมูลแห่งแรกที่อูลานฉาบในปี 2016 ตามมาด้วย Apple ในอีก 3 ปีต่อมา ในปี 2021 พื้นที่แห่งนี้ได้รับการกำหนดให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางหลักของโครงการ "Eastern Data, Western Compute" ของรัฐบาลกลาง ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของจีนแต่เดิม ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้มีข้อเสียเปรียบหลักคือการอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งตะวันออกที่มีประชากรหนาแน่น ทำให้เกิดอัตราความหน่วงสูงในการส่งข้อมูลไปยังผู้ใช้ส่วนใหญ่ ส่งผลให้ถูกจำกัดการใช้งานให้เป็นเพียงที่เก็บข้อมูลสำรองAI เปลี่ยนบทบาทศูนย์ข้อมูลการมาถึงของ AI ในปี 2022 ได้เปลี่ยนมุมมองนี้ เมื่อตระหนักว่าศูนย์ข้อมูลที่อยู่ห่างไกลเหล่านี้สามารถนำมาใช้ประโยชน์สำหรับการฝึกฝนโมเดล AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการฝึกโมเดล AI อาจใช้เวลาหลายเดือนและไม่ต้องการการปรับแต่งแบบเรียลไทม์มากนัก ทำให้อัตราความหน่วงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เมื่อเทียบกับศูนย์ข้อมูลอื่นๆ ในจีน การเติบโตของอูลานฉาบดูเหมือนจะขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์ทางการค้ามากกว่าการลงทุนของรัฐบาล บริษัท AI สตาร์ทอัพของจีน เช่น DeepSeek, Moonshot AI และ Zhiput AI กำลังดึงดูดผู้ใช้งานที่จ่ายเงินมากขึ้นในประเทศ ทำให้เกิดความคุ้มค่าทางธุรกิจในการสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับการอนุมาน (Inference) ที่อยู่ใกล้พอที่จะให้บริการได้โดยไม่เกิดความหน่วงมากเกินไปพลังงานหมุนเวียนและถ่านหินรัฐบาลจีนมีความกระตือรือร้นในการสร้างศูนย์ข้อมูลในมองโกเลียใน เพราะอาจช่วยดูดซับกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนส่วนเกินของประเทศได้ มีความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างภูมิภาคที่มีพลังงานหมุนเวียนที่ไม่ได้ใช้มากที่สุด กับภูมิภาคที่มีการสร้างศูนย์ข้อมูลมากที่สุดในมุมมองของรัฐบาล นี่คือกลยุทธ์แบบ Win-Win จีนสามารถไล่ตามการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลของสหรัฐอเมริกาไปพร้อมๆ กับการเพิ่มอุปสงค์สำหรับพลังงานหมุนเวียนอย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการมองว่าศูนย์ข้อมูล AI และพลังงานหมุนเวียนในจีนเป็น "คู่แท้" อาจเป็นเรื่องที่ง่ายเกินไป การวิจัยพบว่าประมาณ 37% ของไฟฟ้าในอูลานฉาบยังคงมาจากถ่านหิน และเนื่องจากศูนย์ข้อมูลต้องการการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ผู้ประกอบการจึงมักนิยมใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพื่อความน่าเชื่อถือมองโกเลียในถูกมองว่าเป็น "เวสต์เวอร์จิเนียของจีน" ซึ่งเป็นแหล่งถ่านหิน แม้ว่าภูมิภาคกำลังเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานลมและแสงอาทิตย์ แต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหนหรือจะไปได้ไกลเพียงใดสำหรับตอนนี้ ศูนย์ข้อมูลที่ผุดขึ้นในพื้นที่สูงของจีนยังคงต้องพึ่งพาถ่านหินในระดับหนึ่ง แต่ในอนาคตอันใกล้นี้ อาจเป็นไปได้ที่ศูนย์ข้อมูลเหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยพลังงานหมุนเวียนทั้งหมด#AI #DataCenter #China #Ulanqab #เทคโนโลยีhttps://www.wired.com/story/the-unlikely-place-at-the-center-of-chinas-ai-boom/
Shared content
WWW.WIRED.COM
The Unlikely Place at the Center of China’s AI Boom
Cheap energy, abundant land, and proximity to Beijing have turned a city in Inner Mongolia into a crucial hub for data centers.
7 Comentários 0 Compartilhamentos 660 Visualizações 0 Anterior