ต่อซับวูฟเฟอร์กับลำโพง Active ที่ไม่มี Sub Out ทำได้อย่างไร?
หลายคนอาจกำลังมองหาประสบการณ์เสียงเบสที่หนักแน่นขึ้น ด้วยการเพิ่มซับวูฟเฟอร์ให้กับชุดลำโพงคู่ใจ แต่ก็เจอปัญหาว่าลำโพง Active ที่ใช้งานอยู่ไม่มีช่อง Sub Out มาให้ ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะต่อซับวูฟเฟอร์ได้อย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบและวิธีการที่ทำได้
ทำความเข้าใจกับช่อง Sub Out
ช่อง Sub Out (Subwoofer Output) บนลำโพงหรือเครื่องเสียง คือช่องสัญญาณเสียงที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับส่งสัญญาณไปยังซับวูฟเฟอร์โดยตรง โดยทั่วไปแล้ว สัญญาณที่ออกจากช่อง Sub Out จะเป็นสัญญาณความถี่ต่ำ (Low-Frequency Effects - LFE) ที่ถูกกรองมาแล้ว ทำให้ซับวูฟเฟอร์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
เมื่อลำโพง Active ไม่มี Sub Out จะต่อซับได้อย่างไร?
สำหรับลำโพง Active ที่ไม่มีช่อง Sub Out โดยตรง ยังมีวิธีอื่น ๆ ในการต่อซับวูฟเฟอร์ได้ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของซับวูฟเฟอร์และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่คุณมี ดังนี้ครับ
1. ต่อผ่านช่อง Line Out หรือ Speaker Out ของลำโพง
ลำโพง Active บางรุ่น อาจมีช่อง Line Out หรือ Speaker Out ที่สามารถส่งสัญญาณเสียงออกไปได้ หากลำโพงของคุณมีช่องเหล่านี้ ลองพิจารณาต่อสัญญาณจากช่องเหล่านี้ไปยังช่อง Input ของซับวูฟเฟอร์
- ข้อควรพิจารณา:
- สัญญาณที่ได้: สัญญาณจากช่อง Line Out หรือ Speaker Out อาจไม่ใช่สัญญาณที่ถูกกรองความถี่ต่ำมาแล้วโดยเฉพาะ อาจต้องอาศัยวงจรภายในของซับวูฟเฟอร์ในการจัดการความถี่
- การควบคุม: การปรับระดับเสียงของลำโพงหลัก อาจส่งผลกระทบต่อระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์ด้วย
- ความเข้ากันได้: ควรตรวจสอบว่าซับวูฟเฟอร์รองรับการรับสัญญาณแบบไหน (เช่น RCA, TRS) และลำโพงของคุณมีช่องสัญญาณขาออกที่ตรงกันหรือไม่
2. ใช้ตัวแปลงสัญญาณ (Line Output Converter)
หากลำโพงของคุณมีเพียงช่องต่อลำโพงแบบปกติ (Terminal Screw) ที่ไม่มีช่องสัญญาณขาออกอื่น ๆ การใช้ Line Output Converter อาจเป็นทางออกที่ดี อุปกรณ์นี้จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณจากขั้วต่อลำโพง ให้กลายเป็นสัญญาณ Line Level ที่สามารถส่งต่อไปยังซับวูฟเฟอร์ได้
- วิธีการทำงาน: ต่อสายจากขั้วต่อลำโพงของลำโพงหลัก เข้ากับ Line Output Converter จากนั้นต่อสายจาก Converter นี้ไปยังช่อง Input ของซับวูฟเฟอร์
- ข้อควรพิจารณา:
- คุณภาพเสียง: คุณภาพของ Converter มีผลต่อคุณภาพเสียงที่ได้
- การติดตั้ง: อาจต้องมีการเดินสายไฟเพิ่มเติม
3. ใช้ซับวูฟเฟอร์ที่มีช่องต่อแบบ High-Level Input
ซับวูฟเฟอร์บางรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับการต่อสัญญาณแบบ High-Level Input (หรือ Speaker-Level Input) โดยเฉพาะ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถต่อสายลำโพงจากขั้วต่อลำโพงของลำโพงหลัก (หรือจากแอมปลิไฟเออร์) เข้ากับช่อง High-Level Input บนซับวูฟเฟอร์ได้โดยตรง
- วิธีการทำงาน: ต่อสายลำโพงจากขั้วต่อลำโพงของลำโพง Active (หากมีช่องต่อแบบนี้) ไปยังช่อง High-Level Input ของซับวูฟเฟอร์
- ข้อดี: เป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด หากซับวูฟเฟอร์รองรับ
- ข้อควรพิจารณา: ตรวจสอบคู่มือของทั้งลำโพงและซับวูฟเฟอร์ให้แน่ใจว่ารองรับการต่อแบบนี้
4. การใช้ External Crossover หรือ DSP
สำหรับผู้ที่ต้องการการควบคุมเสียงที่ละเอียดและมีคุณภาพสูงสุด การใช้ External Crossover หรือ Digital Signal Processor (DSP) เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
- External Crossover: ทำหน้าที่แบ่งย่านความถี่เสียง โดยส่งเฉพาะความถี่ต่ำไปยังซับวูฟเฟอร์ และส่งความถี่สูงไปยังลำโพงหลัก
- DSP: มีความสามารถหลากหลายกว่า ทั้งการแบ่งย่านความถี่ การปรับ EQ การหน่วงเวลา (Time Alignment) เพื่อให้เสียงจากลำโพงหลักและซับวูฟเฟอร์มาบรรจบกันอย่างสมบูรณ์
- วิธีการทำงาน: สัญญาณเสียงจากแหล่งกำเนิด (เช่น คอมพิวเตอร์, เครื่องเล่นเพลง) จะถูกส่งเข้า Crossover หรือ DSP ก่อน จากนั้นจึงแยกส่งไปยังลำโพงหลักและซับวูฟเฟอร์ตามการตั้งค่า
- ข้อควรพิจารณา: วิธีนี้อาจมีความซับซ้อนในการตั้งค่าและต้องใช้อุปกรณ์เพิ่มเติม
ตัวอย่างการต่อกับลำโพง PreSonus Eris 5 BT Gen 2 และ Subwoofer Edifier T5
จากข้อมูลที่คุณสอบถามเกี่ยวกับลำโพง PreSonus Eris 5 BT Gen 2 ซึ่งเป็นลำโพง Active ที่อาจไม่มีช่อง Sub Out โดยตรง และสนใจ Subwoofer Edifier T5 ที่มักจะมีช่อง Line Input (RCA) และ High-Level Input (Speaker Terminals)
- วิธีที่เป็นไปได้ 1 (หากลำโพงมี Line Out): ตรวจสอบว่าลำโพง PreSonus Eris 5 BT Gen 2 มีช่อง Line Out หรือไม่ หากมี ให้ลองต่อจากช่อง Line Out ไปยังช่อง RCA Input ของ Edifier T5
- วิธีที่เป็นไปได้ 2 (ใช้ High-Level Input ของซับ): หากลำโพง PreSonus Eris 5 BT Gen 2 มีช่องต่อสายลำโพงแบบ Speaker Terminals (ซึ่งลำโพง Bi-amp มักจะมี) คุณสามารถต่อสายลำโพงจาก PreSonus Eris 5 BT Gen 2 ไปยังช่อง High-Level Input ของ Edifier T5 ได้โดยตรง วิธีนี้จะทำให้ Subwoofer Edifier T5 รับสัญญาณเสียงเต็มย่านจากลำโพงหลัก แล้วจึงกรองเอาเฉพาะความถี่ต่ำไปสร้างเสียงเบส
คำแนะนำ: ควรตรวจสอบคู่มือผู้ใช้ของลำโพง PreSonus Eris 5 BT Gen 2 และ Subwoofer Edifier T5 อย่างละเอียด เพื่อดูช่องต่อที่มีและวิธีการต่อที่แนะนำโดยผู้ผลิต
ข้อควรระวัง
- การปรับระดับเสียง: การปรับระดับเสียงของลำโพงหลัก อาจส่งผลต่อระดับเสียงเบสของซับวูฟเฟอร์ในบางกรณี ควรปรับระดับเสียงของซับวูฟเฟอร์ให้สมดุลกับลำโพงหลัก
- เฟส (Phase): การต่อซับวูฟเฟอร์บางครั้งอาจเกิดปัญหาเรื่องเฟสเสียง ทำให้เสียงเบสฟังดูบางลงหรือไม่แน่น ควรลองปรับสวิตช์ Phase บนซับวูฟเฟอร์ (ถ้ามี) ไปมาระหว่าง 0° และ 180° เพื่อหาตำแหน่งที่เสียงเบสฟังดูดีที่สุด
- การเดินสาย: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าการเดินสายเรียบร้อยและปลอดภัย
การต่อซับวูฟเฟอร์เข้ากับลำโพง Active ที่ไม่มีช่อง Sub Out นั้นไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ทำความเข้าใจกับคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่มี และเลือกวิธีการเชื่อมต่อที่เหมาะสม คุณก็จะได้สัมผัสกับเสียงเบสที่ทรงพลังและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://pantip.com/topic/43293604