แสงสว่างแห่งอนาคต: Pat Gelsinger กับการปลุกชีพกฎของมัวร์ด้วยเทคโนโลยีแสง

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความต้องการพลังประมวลผลที่สูงขึ้นก็เพิ่มทวีคูณตามไปด้วย แต่เส้นทางสู่ชิปที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมกลับเต็มไปด้วยความท้าทายทางฟิสิกส์และต้นทุนที่สูงลิ่ว ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Pat Gelsinger อดีต CEO ของ Intel และผู้คร่ำหวอดในวงการเซมิคอนดักเตอร์ ได้ก้าวเข้ามาพร้อมวิสัยทัศน์ที่น่าจับตามอง นั่นคือการใช้ "แสง" มาเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกชีพ "กฎของมัวร์" ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

กฎของมัวร์: จากคำทำนายสู่วิกฤต

กฎของมัวร์ (Moore's Law) ที่เสนอโดย Gordon Moore ผู้ร่วมก่อตั้ง Intel เคยทำนายไว้ว่า จำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองปี ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของชิปเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คำทำนายนี้เป็นจริงมานานหลายทศวรรษ และเป็นแรงผลักดันสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบัน การย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลงในระดับอะตอมนั้นกำลังเผชิญกับข้อจำกัดทางฟิสิกส์ที่ยากจะก้าวข้าม ทั้งในด้านเทคนิคและความคุ้มค่า

แสงสว่างนำทาง: Lithography เทคโนโลยีการพิมพ์ชิปด้วยแสง

Gelsinger เชื่อว่าทางออกของปัญหานี้อยู่ที่ Lithography หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ลายวงจรบนชิป ซึ่งเขาเชื่อว่าการใช้ลำแสงที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตร จะสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เทคโนโลยี Lithography ชั้นนำในปัจจุบัน ที่พัฒนาโดยบริษัท ASML ของเนเธอร์แลนด์ สามารถพิมพ์ลายวงจรด้วยแสงความยาวคลื่น 13.5 นาโนเมตร การพัฒนาให้สามารถย่อขนาดเลนส์ให้เล็กลงไปอีก จะนำไปสู่การสร้างโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น

xLight: เดิมพันครั้งใหม่กับอนาคตของชิป

ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีแสง Gelsinger ได้เข้าร่วมเป็น General Partner ที่ Playground Capital บริษัทร่วมลงทุนที่เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) และได้เข้าไปมีบทบาทใน xLight บริษัทในเครือที่กำลังพัฒนาเทคนิค Lithography รูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน Gelsinger มองว่าการแก้ปัญหาเรื่อง "แสง" คือความท้าทายที่สำคัญที่สุด และหากทำสำเร็จ จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันไปได้

AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม: โอกาสใหม่ของ Deep Tech Venture

การเข้ามาของ AI ได้จุดประกายให้บริษัทร่วมลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับ Deep Tech มากขึ้น Gelsinger ชี้ให้เห็นว่าภาคส่วนนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ประมาณการมูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่เคยคาดว่าจะถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 อาจจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นถึงในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าแม้จะมี VC จำนวนมากเข้ามาลงทุนใน Deep Tech แต่หลายรายก็ยังขาดความเข้าใจและประสบการณ์ในการคัดเลือกผู้ชนะในตลาดนี้

กระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการ Deep Tech

Gelsinger เน้นย้ำว่าทีมงานของเขาประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคอย่างแท้จริง ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะผ่านกระบวนการตรวจสอบทางเทคนิคอย่างเข้มงวด รวมถึงการสัมภาษณ์และตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดในหัวข้อนั้นๆ ได้

พลังของแสง: กุญแจสู่นวัตกรรมที่ไม่สิ้นสุด

Gelsinger เปรียบเทียบการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ กับการค้นพบแสงสว่างในความมืด เขาเชื่อว่า "แสง" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นวัสดุโครงสร้างใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีอย่าง Superconducting และ Ferroelectric Materials ล้วนต้องการเทคโนโลยี Lithography ที่ก้าวหน้า ซึ่งการปลุกชีพ Lithography ให้ตื่นจากการหลับใหล จะนำไปสู่นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

พลังงาน: คอขวดสำคัญของ AI

นอกจากการพัฒนาชิปแล้ว Gelsinger ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาคอขวดสำคัญอีกประการหนึ่งคือ "พลังงาน" การขยายตัวของกำลังการผลิตพลังงานในสหรัฐฯ ที่ต่ำมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของยุค AI การลงทุนในแหล่งพลังงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในยุค AI

ความท้าทายด้านกฎระเบียบของ AI

ในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคง Gelsinger มองว่าการถกเถียงเรื่องกฎระเบียบเป็นสิ่งจำเป็น เขาเห็นว่าการพัฒนา AI ที่รวดเร็วนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและคุณค่าที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโดยอุตสาหกรรมเอง หรือการเข้ามาของภาครัฐ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริง

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/pat-gelsinger-moores-law-light-chips/

แสงสว่างแห่งอนาคต: Pat Gelsinger กับการปลุกชีพกฎของมัวร์ด้วยเทคโนโลยีแสงในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความต้องการพลังประมวลผลที่สูงขึ้นก็เพิ่มทวีคูณตามไปด้วย แต่เส้นทางสู่ชิปที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมกลับเต็มไปด้วยความท้าทายทางฟิสิกส์และต้นทุนที่สูงลิ่ว ท่ามกลางสถานการณ์นี้ Pat Gelsinger อดีต CEO ของ Intel และผู้คร่ำหวอดในวงการเซมิคอนดักเตอร์ ได้ก้าวเข้ามาพร้อมวิสัยทัศน์ที่น่าจับตามอง นั่นคือการใช้ "แสง" มาเป็นกุญแจสำคัญในการปลุกชีพ "กฎของมัวร์" ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งกฎของมัวร์: จากคำทำนายสู่วิกฤตกฎของมัวร์ (Moore's Law) ที่เสนอโดย Gordon Moore ผู้ร่วมก่อตั้ง Intel เคยทำนายไว้ว่า จำนวนทรานซิสเตอร์บนชิปจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าทุกๆ สองปี ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพของชิปเพิ่มขึ้นตามไปด้วย คำทำนายนี้เป็นจริงมานานหลายทศวรรษ และเป็นแรงผลักดันสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แต่ในปัจจุบัน การย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลงในระดับอะตอมนั้นกำลังเผชิญกับข้อจำกัดทางฟิสิกส์ที่ยากจะก้าวข้าม ทั้งในด้านเทคนิคและความคุ้มค่าแสงสว่างนำทาง: Lithography เทคโนโลยีการพิมพ์ชิปด้วยแสงGelsinger เชื่อว่าทางออกของปัญหานี้อยู่ที่ Lithography หรือเทคโนโลยีการพิมพ์ลายวงจรบนชิป ซึ่งเขาเชื่อว่าการใช้ลำแสงที่มีความละเอียดสูงระดับนาโนเมตร จะสามารถช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เทคโนโลยี Lithography ชั้นนำในปัจจุบัน ที่พัฒนาโดยบริษัท ASML ของเนเธอร์แลนด์ สามารถพิมพ์ลายวงจรด้วยแสงความยาวคลื่น 13.5 นาโนเมตร การพัฒนาให้สามารถย่อขนาดเลนส์ให้เล็กลงไปอีก จะนำไปสู่การสร้างโปรเซสเซอร์ที่ทรงพลังยิ่งขึ้นxLight: เดิมพันครั้งใหม่กับอนาคตของชิปด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของเทคโนโลยีแสง Gelsinger ได้เข้าร่วมเป็น General Partner ที่ Playground Capital บริษัทร่วมลงทุนที่เน้นการลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Tech) และได้เข้าไปมีบทบาทใน xLight บริษัทในเครือที่กำลังพัฒนาเทคนิค Lithography รูปแบบใหม่ ซึ่งได้รับเงินทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ ด้วยเช่นกัน Gelsinger มองว่าการแก้ปัญหาเรื่อง "แสง" คือความท้าทายที่สำคัญที่สุด และหากทำสำเร็จ จะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของเทคโนโลยีปัจจุบันไปได้AI พลิกโฉมอุตสาหกรรม: โอกาสใหม่ของ Deep Tech Ventureการเข้ามาของ AI ได้จุดประกายให้บริษัทร่วมลงทุนจำนวนมากหันมาให้ความสนใจกับ Deep Tech มากขึ้น Gelsinger ชี้ให้เห็นว่าภาคส่วนนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนทำให้ประมาณการมูลค่าตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่เคยคาดว่าจะถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2030 อาจจะเกิดขึ้นได้เร็วขึ้นถึงในปีหน้า อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่าแม้จะมี VC จำนวนมากเข้ามาลงทุนใน Deep Tech แต่หลายรายก็ยังขาดความเข้าใจและประสบการณ์ในการคัดเลือกผู้ชนะในตลาดนี้กระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการ Deep TechGelsinger เน้นย้ำว่าทีมงานของเขาประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคอย่างแท้จริง ทั้งวิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และอาจารย์มหาวิทยาลัย ซึ่งจะผ่านกระบวนการตรวจสอบทางเทคนิคอย่างเข้มงวด รวมถึงการสัมภาษณ์และตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถคัดเลือกทีมที่ดีที่สุดในหัวข้อนั้นๆ ได้พลังของแสง: กุญแจสู่นวัตกรรมที่ไม่สิ้นสุดGelsinger เปรียบเทียบการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ กับการค้นพบแสงสว่างในความมืด เขาเชื่อว่า "แสง" คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นวัสดุโครงสร้างใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีอย่าง Superconducting และ Ferroelectric Materials ล้วนต้องการเทคโนโลยี Lithography ที่ก้าวหน้า ซึ่งการปลุกชีพ Lithography ให้ตื่นจากการหลับใหล จะนำไปสู่นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนพลังงาน: คอขวดสำคัญของ AIนอกจากการพัฒนาชิปแล้ว Gelsinger ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาคอขวดสำคัญอีกประการหนึ่งคือ "พลังงาน" การขยายตัวของกำลังการผลิตพลังงานในสหรัฐฯ ที่ต่ำมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเติบโตของยุค AI การลงทุนในแหล่งพลังงานใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน รวมถึงการพัฒนาระบบการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในยุค AIความท้าทายด้านกฎระเบียบของ AIในขณะที่สหรัฐฯ กำลังพยายามรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI และเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคง Gelsinger มองว่าการถกเถียงเรื่องกฎระเบียบเป็นสิ่งจำเป็น เขาเห็นว่าการพัฒนา AI ที่รวดเร็วนี้ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและคุณค่าที่สอดคล้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบโดยอุตสาหกรรมเอง หรือการเข้ามาของภาครัฐ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะถูกพัฒนาไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษยชาติอย่างแท้จริงhttps://www.wired.com/story/pat-gelsinger-moores-law-light-chips/
Shared content
WWW.WIRED.COM
This Former Intel CEO Wants to Jumpstart Moore’s Law With Light
Pat Gelsinger wants to pave the way to ever more powerful artificial intelligence using tiny beams of light.
7 Comments 0 Shares 95 Views 0 Reviews