Nemotron 3.5 Content Safety: ยกระดับความปลอดภัย AI แบบมัลติโมดัล ปรับแต่งได้สำหรับองค์กรทั่วโลก

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ความปลอดภัยของเนื้อหา (Content Safety) คือหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการการปกป้องที่ครอบคลุมและปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท NVIDIA ได้เปิดตัว Nemotron 3.5 Content Safety ซึ่งเป็นโมเดล AI ด้านความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

นวัตกรรมใหม่ใน Nemotron 3.5 Content Safety 🚀

Nemotron 3.5 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงจากเวอร์ชันก่อนหน้า แต่เป็นการก้าวกระโดดด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการจัดการความปลอดภัยของ AI:

1. การประเมินแบบมัลติโมดัลที่ผสานรวม 🖼️💬

Nemotron 3.5 สามารถประมวลผล ข้อความ (Prompt), รูปภาพ (Image), และ การตอบกลับของผู้ช่วย (Assistant Response) ไปพร้อมๆ กันในหน้าต่างบริบทเดียว ทำให้สามารถประเมินความสอดคล้องและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผสมผสานของข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ ต่างจากการประเมินแยกส่วน ซึ่งช่วยปิดช่องว่างในการตรวจจับปัญหาที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างข้อความและรูปภาพ หรือระหว่างคำสั่งและคำตอบ

2. ครอบคลุมภาษาทั่วโลก 🌍

นอกจากการรองรับ 12 ภาษาหลักที่ได้รับการฝึกฝนโดยตรง (อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สเปน, เยอรมัน, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อาหรับ, ฮินดี, รัสเซีย, โปรตุเกส, และอิตาลี) Nemotron 3.5 ยังสืบทอดความสามารถในการ สรุปผลแบบ Zero-shot ในภาษาอื่นๆ อีกประมาณ 140 ภาษาจากโมเดลพื้นฐาน Gemma 3 ทำให้การใช้งานในตลาดที่มีข้อมูลการฝึกฝนจำกัด เช่น ภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาษาในแถบสแกนดิเนเวีย หรือภาษาในแอฟริกาที่ต้องการทรัพยากรมากขึ้น สามารถได้รับประโยชน์จากการถ่ายโอนความรู้หลายภาษาโดยไม่ต้องมีการปรับแต่งเพิ่มเติม

3. การบังคับใช้นโยบายที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ 🗂️

นี่คือการเพิ่มสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดใน Nemotron 3.5 การใช้งานจริงในองค์กรไม่สามารถยึดติดกับชุดนโยบายความปลอดภัยสากลเพียงชุดเดียวได้ เช่น แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพมีความเสี่ยงต่างจากแชทบอทบริการทางการเงิน หรือแอปพลิเคชันเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก Nemotron 3.5 สามารถ รับข้อกำหนดนโยบายที่กำหนดเอง ควบคู่ไปกับข้อมูลอินพุต เพื่อให้โมเดลใช้การให้เหตุผลตามนโยบายนั้นๆ ในการตัดสินใจ แทนที่จะพึ่งพานโยบายที่สร้างมาล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว

4. การติดตามร่องรอยการให้เหตุผล (THINK Mode) ✍️

ทุกการตัดสินใจด้านความปลอดภัยของ Nemotron 3.5 สามารถมาพร้อมกับ ร่องรอยการให้เหตุผลที่ตรวจสอบได้ ผ่านโหมด THINK เมื่อเปิดใช้งาน โมเดลจะแสดงขั้นตอนการให้เหตุผลอย่างละเอียดก่อนที่จะสรุปผลว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย และระบุหมวดหมู่ที่ละเมิด (ถ้ามี)

หากความเร็วในการประมวลผลเป็นข้อจำกัดหลัก THINK Mode สามารถปิดได้ เพื่อกลับสู่การตัดสินใจแบบสองค่า (Safe/Unsafe) ที่มีความหน่วงต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีใน Nemotron 3

การเปิดตัวชุดข้อมูลด้านความปลอดภัย 📊

NVIDIA ได้เปิดตัวชุดข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ใช้ในการฝึกฝน Nemotron 3.5 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญ เนื่องจากโมเดล Open Source ด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดเผยชุดข้อมูลการฝึกฝนหรือการประเมิน ชุดข้อมูล Nemotron 3.5 Content Safety นี้เป็นแบบ มัลติโมดัล (Multimodal), หลายภาษา (Multilingual) และมี ร่องรอยการให้เหตุผล ที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล โดยกระบวนการสร้างร่องรอยเหล่านี้มีความกระชับ คล้ายกับโมเดล Nemotron Content Safety Reasoning 4B

พื้นฐานเทคโนโลยีและประสิทธิภาพ 💡

Nemotron 3.5 Content Safety พัฒนาต่อยอดมาจาก Google Gemma 3 4B IT ซึ่งมีพารามิเตอร์ 4 พันล้านตัว มีหน้าต่างบริบท (Context Window) ขนาด 128K, ความสามารถในการให้เหตุผลด้านภาพและภาษาที่แข็งแกร่ง และครอบคลุมหลายภาษา NVIDIA ได้ทำการ Fine-tune โมเดลนี้ด้วย LoRA Adapter เพื่อเพิ่มพฤติกรรมการจำแนกประเภทความปลอดภัยที่ตรงเป้าหมาย โดยยังคงขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถทำงานแบบเรียลไทม์บน GPU ที่มี VRAM 8GB+ ได้

โหมดการทำงานของอินเทอร์เฟซ ⚙️

อินเทอร์เฟซการประมวลผลรองรับ 3 โหมดหลัก:

  1. โหมดตัดสินใจแบบสองค่า (Low-latency binary verdict): สำหรับความเร็วสูงสุด
  2. โหมดตัดสินใจพร้อมหมวดหมู่ (Binary verdict with categories): แสดงหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง
  3. โหมด THINK (Reasoning + verdict): แสดงร่องรอยการให้เหตุผลและผลลัพธ์

กรอบการจำแนกประเภทความปลอดภัย (Safety Taxonomy) 🔍

โมเดลใช้กรอบการจำแนกประเภท Aegis 2.0 ซึ่งประกอบด้วย 13 หมวดหมู่หลัก สอดคล้องกับ MLCommons Safety Taxonomy และเพิ่มอีก 10 หมวดหมู่ย่อย ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับระบบ guardrail อื่นๆ ทั้งแบบ Open Source และ Closed Source ได้โดยตรง

ประโยชน์ของการให้เหตุผล (Reasoning) ใน AI Safety 📈

การให้เหตุผลเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับการจำแนกประเภทความปลอดภัยของเนื้อหา โดยมอบบริบท, ความสามารถในการปรับแต่ง, และความรับผิดชอบที่จำเป็นสำหรับระบบ AI ในระดับ Production โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมองค์กรและที่ต้องมีการกำกับดูแล

1. การบังคับใช้นโยบายที่ปรับแต่งและอิงตามบริบท ✅

การให้เหตุผลช่วยให้โมเดลความปลอดภัยของเนื้อหาตีความและบังคับใช้นโยบายที่กำหนดเองตามบริบท ณ เวลาที่ทำการประมวลผลได้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากระบบ AI ในองค์กรมีลักษณะความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น การกำหนดค่า "ความรุนแรง" ให้มีระดับความเข้มงวดน้อยลงเมื่อจัดการกับคำสั่ง "terminate a process" ในเครื่องมือ DevOps หรือการเพิ่มหมวดหมู่ความเสี่ยงที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะขององค์กร

2. การให้เหตุผลที่ตรวจสอบได้และบันทึกได้ 📜

ร่องรอยการให้เหตุผลแสดงตรรกะทีละขั้นตอนของโมเดลก่อนสรุปผล ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ:

  • การปฏิบัติตามข้อกำหนดและการบันทึกการตรวจสอบ (Compliance and Audit Logging): อุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบมักต้องการเอกสารยืนยันการตัดสินใจเกี่ยวกับการกลั่นกรองเนื้อหา
  • การตรวจสอบโดยมนุษย์ (Human Review): ผู้ตรวจสอบสามารถตรวจสอบที่มาของการตัดสินใจเพื่อระบุข้อผิดพลาดที่เป็นระบบของโมเดล
  • การปรับปรุงนโยบาย (Policy Iteration): ร่องรอยช่วยเผยให้เห็นว่าโมเดลตีความกรณีขอบ (Edge Cases) อย่างไร ทำให้ทีมสามารถปรับปรุงภาษาของนโยบายที่กำหนดเองได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าการให้เหตุผลอาจเพิ่มความหน่วงในการประมวลผล แต่ Nemotron 3.5 ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยการ สรุปห่วงโซ่การให้เหตุผลให้กระชับ เพื่อจำกัดจำนวน Token และเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งดำเนินการผ่านกระบวนการ 2 ขั้นตอน โดยใช้โมเดลขนาดใหญ่ (เช่น Qwen 397B) สร้างร่องรอย Chain-of-Thought และใช้โมเดลขนาดใหญ่อีกตัว (เช่น Qwen 80B) เพื่อทำให้ร่องรอยนั้นกระชับขึ้น (ไม่เกิน 3 ประโยค)

ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝน 📚

ชุดข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝน Nemotron 3.5 เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเวอร์ชันก่อนหน้า โดยเน้นที่ความสามารถด้านการให้เหตุผลและนโยบายที่กำหนดเอง แหล่งข้อมูลประกอบด้วย:

  • ข้อมูลความปลอดภัยข้อความหลายภาษาจาก Nemotron Safety Guard Dataset v3
  • ข้อมูลมัลติโมดัลที่มนุษย์สร้างขึ้นและแปลเป็น 12 ภาษา โดย 99% เป็นรูปภาพจริง เพื่อสะท้อนความซับซ้อนของเนื้อหาในโลกแห่งความเป็นจริง
  • ข้อมูลความปลอดภัยมัลติโมดัลจาก Nemotron VLM Dataset v2
  • ร่องรอยการให้เหตุผลที่สร้างจากโมเดล Teacher ขนาดใหญ่
  • ข้อมูลจาก CantTalkAboutThis dataset สำหรับการจับคู่ข้อกำหนดนโยบายและผลลัพธ์
  • ข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic data) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบการโจมตี (Jailbreak) และกรณีที่เกิดการละเมิดนโยบายแบบหายาก

การประเมินประสิทธิภาพ 📊

Nemotron 3.5 Content Safety ได้รับการประเมินบนชุดข้อมูลทดสอบมัลติโมดัลและหลายภาษาที่หลากหลาย เช่น VLGuard, MM-SafetyBench, PolyGuard, RTP-LX, Aegis,

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://huggingface.co/blog/nvidia/nemotron-3-5-content-safety

Nemotron 3.5 Content Safety: ยกระดับความปลอดภัย AI แบบมัลติโมดัล ปรับแต่งได้สำหรับองค์กรทั่วโลกในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกอุตสาหกรรม ความปลอดภัยของเนื้อหา (Content Safety) คือหัวใจสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับระบบ AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการการปกป้องที่ครอบคลุมและปรับเปลี่ยนได้ตามบริบท NVIDIA ได้เปิดตัว Nemotron 3.5 Content Safety ซึ่งเป็นโมเดล AI ด้านความปลอดภัยที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นนวัตกรรมใหม่ใน Nemotron 3.5 Content Safety 🚀Nemotron 3.5 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงจากเวอร์ชันก่อนหน้า แต่เป็นการก้าวกระโดดด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการจัดการความปลอดภัยของ AI:1. การประเมินแบบมัลติโมดัลที่ผสานรวม 🖼️💬Nemotron 3.5 สามารถประมวลผล ข้อความ (Prompt), รูปภาพ (Image), และ การตอบกลับของผู้ช่วย (Assistant Response) ไปพร้อมๆ กันในหน้าต่างบริบทเดียว ทำให้สามารถประเมินความสอดคล้องและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการผสมผสานของข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ ต่างจากการประเมินแยกส่วน ซึ่งช่วยปิดช่องว่างในการตรวจจับปัญหาที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ระหว่างข้อความและรูปภาพ หรือระหว่างคำสั่งและคำตอบ2. ครอบคลุมภาษาทั่วโลก 🌍นอกจากการรองรับ 12 ภาษาหลักที่ได้รับการฝึกฝนโดยตรง (อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สเปน, เยอรมัน, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, อาหรับ, ฮินดี, รัสเซีย, โปรตุเกส, และอิตาลี) Nemotron 3.5 ยังสืบทอดความสามารถในการ สรุปผลแบบ Zero-shot ในภาษาอื่นๆ อีกประมาณ 140 ภาษาจากโมเดลพื้นฐาน Gemma 3 ทำให้การใช้งานในตลาดที่มีข้อมูลการฝึกฝนจำกัด เช่น ภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาษาในแถบสแกนดิเนเวีย หรือภาษาในแอฟริกาที่ต้องการทรัพยากรมากขึ้น สามารถได้รับประโยชน์จากการถ่ายโอนความรู้หลายภาษาโดยไม่ต้องมีการปรับแต่งเพิ่มเติม3. การบังคับใช้นโยบายที่ปรับแต่งได้ตามต้องการ 🗂️นี่คือการเพิ่มสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดใน Nemotron 3.5 การใช้งานจริงในองค์กรไม่สามารถยึดติดกับชุดนโยบายความปลอดภัยสากลเพียงชุดเดียวได้ เช่น แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพมีความเสี่ยงต่างจากแชทบอทบริการทางการเงิน หรือแอปพลิเคชันเพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก Nemotron 3.5 สามารถ รับข้อกำหนดนโยบายที่กำหนดเอง ควบคู่ไปกับข้อมูลอินพุต เพื่อให้โมเดลใช้การให้เหตุผลตามนโยบายนั้นๆ ในการตัดสินใจ แทนที่จะพึ่งพานโยบายที่สร้างมาล่วงหน้าเพียงอย่างเดียว4. การติดตามร่องรอยการให้เหตุผล (THINK Mode) ✍️ทุกการตัดสินใจด้านความปลอดภัยของ Nemotron 3.5 สามารถมาพร้อมกับ ร่องรอยการให้เหตุผลที่ตรวจสอบได้ ผ่านโหมด THINK เมื่อเปิดใช้งาน โมเดลจะแสดงขั้นตอนการให้เหตุผลอย่างละเอียดก่อนที่จะสรุปผลว่าปลอดภัยหรือไม่ปลอดภัย และระบุหมวดหมู่ที่ละเมิด (ถ้ามี)หากความเร็วในการประมวลผลเป็นข้อจำกัดหลัก THINK Mode สามารถปิดได้ เพื่อกลับสู่การตัดสินใจแบบสองค่า (Safe/Unsafe) ที่มีความหน่วงต่ำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่มีใน Nemotron 3การเปิดตัวชุดข้อมูลด้านความปลอดภัย 📊NVIDIA ได้เปิดตัวชุดข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ใช้ในการฝึกฝน Nemotron 3.5 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญ เนื่องจากโมเดล Open Source ด้านความปลอดภัยส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดเผยชุดข้อมูลการฝึกฝนหรือการประเมิน ชุดข้อมูล Nemotron 3.5 Content Safety นี้เป็นแบบ มัลติโมดัล (Multimodal), หลายภาษา (Multilingual) และมี ร่องรอยการให้เหตุผล ที่ใช้ในการฝึกฝนโมเดล โดยกระบวนการสร้างร่องรอยเหล่านี้มีความกระชับ คล้ายกับโมเดล Nemotron Content Safety Reasoning 4Bพื้นฐานเทคโนโลยีและประสิทธิภาพ 💡Nemotron 3.5 Content Safety พัฒนาต่อยอดมาจาก Google Gemma 3 4B IT ซึ่งมีพารามิเตอร์ 4 พันล้านตัว มีหน้าต่างบริบท (Context Window) ขนาด 128K, ความสามารถในการให้เหตุผลด้านภาพและภาษาที่แข็งแกร่ง และครอบคลุมหลายภาษา NVIDIA ได้ทำการ Fine-tune โมเดลนี้ด้วย LoRA Adapter เพื่อเพิ่มพฤติกรรมการจำแนกประเภทความปลอดภัยที่ตรงเป้าหมาย โดยยังคงขนาดกะทัดรัด ทำให้สามารถทำงานแบบเรียลไทม์บน GPU ที่มี VRAM 8GB+ ได้โหมดการทำงานของอินเทอร์เฟซ ⚙️อินเทอร์เฟซการประมวลผลรองรับ 3 โหมดหลัก:โหมดตัดสินใจแบบสองค่า (Low-latency binary verdict): สำหรับความเร็วสูงสุดโหมดตัดสินใจพร้อมหมวดหมู่ (Binary verdict with categories): แสดงหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องโหมด THINK (Reasoning + verdict): แสดงร่องรอยการให้เหตุผลและผลลัพธ์กรอบการจำแนกประเภทความปลอดภัย (Safety Taxonomy) 🔍โมเดลใช้กรอบการจำแนกประเภท Aegis 2.0 ซึ่งประกอบด้วย 13 หมวดหมู่หลัก สอดคล้องกับ MLCommons Safety Taxonomy และเพิ่มอีก 10 หมวดหมู่ย่อย ทำให้สามารถเปรียบเทียบกับระบบ guardrail อื่นๆ ทั้งแบบ Open Source และ Closed Source ได้โดยตรงประโยชน์ของการให้เหตุผล (Reasoning) ใน AI Safety 📈การให้เหตุผลเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับการจำแนกประเภทความปลอดภัยของเนื้อหา โดยมอบบริบท, ความสามารถในการปรับแต่ง, และความรับผิดชอบที่จำเป็นสำหรับระบบ AI ในระดับ Production โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมองค์กรและที่ต้องมีการกำกับดูแล1. การบังคับใช้นโยบายที่ปรับแต่งและอิงตามบริบท ✅การให้เหตุผลช่วยให้โมเดลความปลอดภัยของเนื้อหาตีความและบังคับใช้นโยบายที่กำหนดเองตามบริบท ณ เวลาที่ทำการประมวลผลได้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากระบบ AI ในองค์กรมีลักษณะความเสี่ยงที่แตกต่างกัน เช่น การกำหนดค่า "ความรุนแรง" ให้มีระดับความเข้มงวดน้อยลงเมื่อจัดการกับคำสั่ง "terminate a process" ในเครื่องมือ DevOps หรือการเพิ่มหมวดหมู่ความเสี่ยงที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะขององค์กร2. การให้เหตุผลที่ตรวจสอบได้และบันทึกได้ 📜ร่องรอยการให้เหตุผลแสดงตรรกะทีละขั้นตอนของโมเดลก่อนสรุปผล ซึ่งมีประโยชน์หลายประการ:การปฏิบัติตามข้อกำหนดและการบันทึกการตรวจสอบ (Compliance and Audit Logging): อุตสาหกรรมที่มีกฎระเบียบมักต้องการเอกสารยืนยันการตัดสินใจเกี่ยวกับการกลั่นกรองเนื้อหาการตรวจสอบโดยมนุษย์ (Human Review): ผู้ตรวจสอบสามารถตรวจสอบที่มาของการตัดสินใจเพื่อระบุข้อผิดพลาดที่เป็นระบบของโมเดลการปรับปรุงนโยบาย (Policy Iteration): ร่องรอยช่วยเผยให้เห็นว่าโมเดลตีความกรณีขอบ (Edge Cases) อย่างไร ทำให้ทีมสามารถปรับปรุงภาษาของนโยบายที่กำหนดเองได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าการให้เหตุผลอาจเพิ่มความหน่วงในการประมวลผล แต่ Nemotron 3.5 ได้แก้ไขปัญหานี้ด้วยการ สรุปห่วงโซ่การให้เหตุผลให้กระชับ เพื่อจำกัดจำนวน Token และเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งดำเนินการผ่านกระบวนการ 2 ขั้นตอน โดยใช้โมเดลขนาดใหญ่ (เช่น Qwen 397B) สร้างร่องรอย Chain-of-Thought และใช้โมเดลขนาดใหญ่อีกตัว (เช่น Qwen 80B) เพื่อทำให้ร่องรอยนั้นกระชับขึ้น (ไม่เกิน 3 ประโยค)ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝน 📚ชุดข้อมูลที่ใช้ในการฝึกฝน Nemotron 3.5 เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเวอร์ชันก่อนหน้า โดยเน้นที่ความสามารถด้านการให้เหตุผลและนโยบายที่กำหนดเอง แหล่งข้อมูลประกอบด้วย:ข้อมูลความปลอดภัยข้อความหลายภาษาจาก Nemotron Safety Guard Dataset v3ข้อมูลมัลติโมดัลที่มนุษย์สร้างขึ้นและแปลเป็น 12 ภาษา โดย 99% เป็นรูปภาพจริง เพื่อสะท้อนความซับซ้อนของเนื้อหาในโลกแห่งความเป็นจริงข้อมูลความปลอดภัยมัลติโมดัลจาก Nemotron VLM Dataset v2ร่องรอยการให้เหตุผลที่สร้างจากโมเดล Teacher ขนาดใหญ่ข้อมูลจาก CantTalkAboutThis dataset สำหรับการจับคู่ข้อกำหนดนโยบายและผลลัพธ์ข้อมูลสังเคราะห์ (Synthetic data) เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรูปแบบการโจมตี (Jailbreak) และกรณีที่เกิดการละเมิดนโยบายแบบหายากการประเมินประสิทธิภาพ 📊Nemotron 3.5 Content Safety ได้รับการประเมินบนชุดข้อมูลทดสอบมัลติโมดัลและหลายภาษาที่หลากหลาย เช่น VLGuard, MM-SafetyBench, PolyGuard, RTP-LX, Aegis,https://huggingface.co/blog/nvidia/nemotron-3-5-content-safety
7 Comments 0 Shares 168 Views 0 Reviews