ทำไมเด็กยุคใหม่ถึงไม่ "ว้าว" กับ AI? ความจริงที่ผู้ใหญ่ควรรู้ 🤖

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจคาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเด็กๆ จะตื่นเต้นและพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย หรือแม้กระทั่งรู้สึก "ยี้" กับสิ่งที่เรียกว่า AI นี่คือเบื้องหลังของความรู้สึกนั้นที่ผู้ใหญ่ควรรู้

ความคาดหวัง vs. ความเป็นจริงของ AI ในสายตาเด็ก

แม้ว่า AI อย่างแชทบอทจะกลายเป็นที่นิยมมาหลายปี และมีการผลักดันทางการตลาดอย่างหนัก แต่ก็มีรายงานว่าวัยรุ่นจำนวนมาก (ประมาณ 37% ในกลุ่มอายุ 13-17 ปี) รู้สึก "ขวยเขิน" หรือ "อาย" เมื่อเห็นเนื้อหาที่สร้างโดย AI เช่น เพลงหรือวิดีโอ

ในขณะเดียวกัน วัยรุ่นกว่าครึ่งกังวลเกี่ยวกับปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาด (misinformation) และภาพปลอมที่สร้างขึ้น (deepfakes) ที่อาจมาพร้อมกับ AI

ความรู้สึกที่หลากหลายและขัดแย้งกัน

ผลสำรวจเกี่ยวกับทัศนคติของเยาวชนต่อ AI แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่น่าสนใจ:

  • การยอมรับสูง: วัยรุ่นส่วนใหญ่ยอมรับว่ามีการใช้งานแชทบอท
  • ความกระตือรือร้นที่ผสมปนเป: แม้ว่าหลายคนจะมองว่า AI จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่ก็มีมากกว่าหนึ่งในสี่ที่เชื่อว่า AI จะส่งผลเสียต่อสังคมในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการตกงาน การลดลงของทักษะการคิดวิเคราะห์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

โดยปกติแล้ว คนรุ่นใหม่มักจะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับ AI แล้ว มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

ทำไม AI ถึง "ไม่เจ๋ง" ในสายตาเด็ก?

ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารคนหนึ่งอธิบายว่า ความรู้สึกต่อต้าน AI ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากคนรุ่นเก่า แต่เด็กๆ กลับรู้สึก "เอือม" กับวิธีการที่ผู้ใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีพยายามยัดเยียด AI ให้พวกเขา นอกจากนี้ เด็กๆ ยังตระหนักดีว่า "ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างไร รุ่นของพวกเขาก็จะต้องเป็นผู้รับผลกระทบนั้นไปเต็มๆ" นี่จึงเป็นที่มาของอาการ "กรอกตา" ที่เราอาจเห็น

เสียงสะท้อนจากผู้ปกครองและครู

บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ผู้ปกครองมักจะพูดคุยกันถึงความไม่ไว้วางใจใน AI ของลูกๆ หลายคนเล่าว่าลูกกลับมาจากโรงเรียนแล้วพูดว่า "นั่นมัน AI" ซึ่งมีความหมายเดียวกับ "นั่นมันเรื่องเหลวไหล"

ในขณะที่นักการศึกษาพบว่า นักเรียนหลายคน แม้จะใช้งาน AI เพื่อการเรียนรู้ แต่ก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และไม่ชอบผลงานศิลปะที่ AI สร้างขึ้น

สรุป: AI อาจไม่ใช่ "ของใหม่ที่น่าตื่นเต้น" เสมอไป

ความรู้สึกของเด็กๆ ที่มีต่อ AI สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีนี้ การที่ AI ถูกผลักดันอย่างหนัก อาจทำให้เด็กๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งใหม่ที่น่าค้นหา แต่กลับเป็นเครื่องมือที่ถูกยัดเยียด และอาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคต การทำความเข้าใจมุมมองเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอและใช้งาน AI ได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้น โดยไม่มองข้ามความรู้สึกและความกังวลของคนรุ่นใหม่

#AI #เด็กกับเทคโนโลยี #ทัศนคติ #ปัญญาประดิษฐ์

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/some-kids-will-never-think-ai-is-cool/

ทำไมเด็กยุคใหม่ถึงไม่ "ว้าว" กับ AI? ความจริงที่ผู้ใหญ่ควรรู้ 🤖ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจคาดหวังว่าคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเด็กๆ จะตื่นเต้นและพร้อมเปิดรับเทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่ แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่แสดงท่าทีไม่เห็นด้วย หรือแม้กระทั่งรู้สึก "ยี้" กับสิ่งที่เรียกว่า AI นี่คือเบื้องหลังของความรู้สึกนั้นที่ผู้ใหญ่ควรรู้ความคาดหวัง vs. ความเป็นจริงของ AI ในสายตาเด็กแม้ว่า AI อย่างแชทบอทจะกลายเป็นที่นิยมมาหลายปี และมีการผลักดันทางการตลาดอย่างหนัก แต่ก็มีรายงานว่าวัยรุ่นจำนวนมาก (ประมาณ 37% ในกลุ่มอายุ 13-17 ปี) รู้สึก "ขวยเขิน" หรือ "อาย" เมื่อเห็นเนื้อหาที่สร้างโดย AI เช่น เพลงหรือวิดีโอในขณะเดียวกัน วัยรุ่นกว่าครึ่งกังวลเกี่ยวกับปัญหาข้อมูลที่ผิดพลาด (misinformation) และภาพปลอมที่สร้างขึ้น (deepfakes) ที่อาจมาพร้อมกับ AIความรู้สึกที่หลากหลายและขัดแย้งกันผลสำรวจเกี่ยวกับทัศนคติของเยาวชนต่อ AI แสดงให้เห็นถึงความย้อนแย้งที่น่าสนใจ:การยอมรับสูง: วัยรุ่นส่วนใหญ่ยอมรับว่ามีการใช้งานแชทบอทความกระตือรือร้นที่ผสมปนเป: แม้ว่าหลายคนจะมองว่า AI จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่ก็มีมากกว่าหนึ่งในสี่ที่เชื่อว่า AI จะส่งผลเสียต่อสังคมในอีก 20 ปีข้างหน้า โดยอ้างถึงความกังวลเรื่องการตกงาน การลดลงของทักษะการคิดวิเคราะห์ และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยปกติแล้ว คนรุ่นใหม่มักจะเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว แต่สำหรับ AI แล้ว มีความรู้สึกที่แตกต่างออกไปทำไม AI ถึง "ไม่เจ๋ง" ในสายตาเด็ก?ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารคนหนึ่งอธิบายว่า ความรู้สึกต่อต้าน AI ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากคนรุ่นเก่า แต่เด็กๆ กลับรู้สึก "เอือม" กับวิธีการที่ผู้ใหญ่และบริษัทเทคโนโลยีพยายามยัดเยียด AI ให้พวกเขา นอกจากนี้ เด็กๆ ยังตระหนักดีว่า "ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลกระทบอย่างไร รุ่นของพวกเขาก็จะต้องเป็นผู้รับผลกระทบนั้นไปเต็มๆ" นี่จึงเป็นที่มาของอาการ "กรอกตา" ที่เราอาจเห็นเสียงสะท้อนจากผู้ปกครองและครูบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่างๆ ผู้ปกครองมักจะพูดคุยกันถึงความไม่ไว้วางใจใน AI ของลูกๆ หลายคนเล่าว่าลูกกลับมาจากโรงเรียนแล้วพูดว่า "นั่นมัน AI" ซึ่งมีความหมายเดียวกับ "นั่นมันเรื่องเหลวไหล"ในขณะที่นักการศึกษาพบว่า นักเรียนหลายคน แม้จะใช้งาน AI เพื่อการเรียนรู้ แต่ก็ยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และไม่ชอบผลงานศิลปะที่ AI สร้างขึ้นสรุป: AI อาจไม่ใช่ "ของใหม่ที่น่าตื่นเต้น" เสมอไปความรู้สึกของเด็กๆ ที่มีต่อ AI สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของเทคโนโลยีนี้ การที่ AI ถูกผลักดันอย่างหนัก อาจทำให้เด็กๆ รู้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งใหม่ที่น่าค้นหา แต่กลับเป็นเครื่องมือที่ถูกยัดเยียด และอาจนำมาซึ่งปัญหาในอนาคต การทำความเข้าใจมุมมองเหล่านี้ จะช่วยให้เราสามารถนำเสนอและใช้งาน AI ได้อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์มากขึ้น โดยไม่มองข้ามความรู้สึกและความกังวลของคนรุ่นใหม่#AI #เด็กกับเทคโนโลยี #ทัศนคติ #ปัญญาประดิษฐ์https://www.wired.com/story/some-kids-will-never-think-ai-is-cool/
Shared content
WWW.WIRED.COM
Some Kids Will Never Think AI Is Cool
“I think it should stand for ‘artificial idiot,’” one 9-year-old says. Here’s why kids of all ages are calling AI “disgusting” and “creepy.”
3 Comments 0 Shares 179 Views 0 Reviews