สร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรม: กุญแจสู่ความฉลาดทางการเงินยุคใหม่ 💡

ในโลกการเงินยุคดิจิทัล ทุกการรูดบัตร การโอนเงิน หรือการชำระเงิน ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ เป็นเสมือนลายนิ้วมือพฤติกรรมของผู้คน ข้อมูลธุรกรรมจึงเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่องค์กรสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มหาศาล แต่ที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงปริมาณ (Tabular Data) เช่นนี้ มักจะยังคงพึ่งพาการสร้างคุณลักษณะ (Features) ด้วยมือ และชุดกฎที่ตั้งไว้ ซึ่งมีความเปราะบาง สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และมองข้ามโครงสร้างตามลำดับเวลาที่ฝังอยู่ในประวัติลูกค้า

แต่ปัจจุบัน ด้วยการมาถึงของ "โมเดล Foundation" (Foundation Models) ที่ผ่านการฝึกฝนล่วงหน้า (Pretraining) ด้วยข้อมูลธุรกรรมจำนวนมหาศาลในรูปแบบลำดับ (Sequences) ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสมการนี้ โดยการสร้างการแทนค่า (Representations) ที่มีความสามารถทั่วไป สามารถนำไปปรับใช้กับงานปลายน้ำ (Downstream Tasks) ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับการทุจริต การประเมินคะแนนเครดิต การคาดการณ์มูลค่าตลอดอายุการใช้งาน การแบ่งกลุ่มลูกค้า การแนะนำเฉพาะบุคคล และอื่นๆ อีกมากมาย

ทำไมโมเดล Foundation ถึงเหมาะกับประวัติธุรกรรม? 🤔

โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models - LLMs) เรียนรู้จากลำดับของคำฉันใด โมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมก็ใช้หลักการเดียวกันในการเรียนรู้พฤติกรรมทางการเงิน ลำดับการทำธุรกรรม เช่น "การฝากเงินเดือน, การซื้อของชำ, การจ่ายค่าเดินทาง, การสมัครสมาชิกรายเดือน, การชำระเงินที่ร้านอาหารแบบรูดบัตร" ล้วนมีข้อมูลที่มากกว่าที่ธุรกรรมแต่ละรายการจะสามารถบอกเล่าได้เพียงลำพัง

โครงสร้างแบบ Transformer เหมาะสมอย่างยิ่งกับข้อมูลลักษณะนี้ เนื่องจากกลไก Self-Attention สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่อยู่ห่างไกลกันในประวัติศาสตร์ได้ การทำธุรกรรมที่น่าสงสัยอาจปรากฏขึ้นเมื่อพิจารณาร่วมกับรูปแบบการเดินทางล่าสุด หรือการอนุมัติจำนวนเล็กน้อยหลายๆ ครั้งติดกัน คุณลักษณะแบบตาราง (Tabular Features) แบบดั้งเดิมสามารถประมาณรูปแบบเหล่านี้ได้ แต่ก็ยังต้องอาศัยวิศวกรในการกำหนดกรอบเวลา การรวมข้อมูล และกฎเกณฑ์ต่างๆ ล่วงหน้า ในขณะที่โมเดล Transformer ที่ได้รับการฝึกฝนล่วงหน้า จะเรียนรู้ความสัมพันธ์เหล่านี้ได้โดยตรงจากลำดับ

NVIDIA นำเสนอแนวทางการสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรม 🚀

NVIDIA ได้พัฒนาเวิร์กโฟลว์ "Build Your Own Transaction Model" เพื่อช่วยให้การสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลของ GPU และเทคนิคต่างๆ

5 ขั้นตอนสำคัญในการสร้างโมเดล Foundation 🛠️

  1. การประมวลผลข้อมูลด้วย GPU (GPU-Accelerated Data Processing): ใช้ไลบรารี NVIDIA CUDA-X cuDF เพื่อจัดการและประมวลผลข้อมูลธุรกรรมจำนวนมหาศาลบน GPU ได้อย่างรวดเร็ว
  2. การแปลงข้อมูลเป็น Token แบบกำหนดเอง (Custom Tokenization): พัฒนาตัวแปลงข้อมูล (Tokenizer) เฉพาะสำหรับข้อมูลทางการเงิน โดยใช้ cuDF และ cuML เพื่อแปลงแต่ละธุรกรรมให้เป็น Token ที่มีความหมายเชิงปริมาณ แทนที่จะใช้ Tokenizer ทั่วไปที่อาจสิ้นเปลืองพื้นที่กับสัญลักษณ์ที่ไม่จำเป็น ทำให้สามารถใส่ประวัติธุรกรรมที่ยาวขึ้นใน Context Window ของโมเดลได้
  3. การฝึกฝนโมเดล Foundation ล่วงหน้า (Transformer Decoder Model Pretraining): ใช้ NeMo AutoModel ซึ่งเป็นไลบรารีโอเพนซอร์สใน NVIDIA NeMo Framework เพื่อฝึกฝนโมเดลแบบ Decoder-only (เช่น Llama-based) จากศูนย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำนาย Token ถัดไปจากลำดับก่อนหน้า ทำให้โมเดลเรียนรู้การแทนค่าพฤติกรรมทางการเงินทั่วไป
  4. การดึงค่า Embeddings ที่เรียนรู้ (Extracting Learned Embeddings): นำโมเดล Foundation ที่ฝึกฝนแล้วมาใช้เป็นเครื่องมือสกัดคุณลักษณะ (Feature Extractor) เพื่อสร้าง Vector Embeddings ที่แทนประวัติธุรกรรมของผู้ใช้แต่ละราย
  5. การเสริมประสิทธิภาพโมเดลจำแนกประเภทปลายน้ำ (Augmenting Downstream Classifiers): นำ Embeddings ที่ได้ไปใช้ร่วมกับคุณลักษณะแบบตารางแบบดั้งเดิม เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับโมเดลปลายน้ำ เช่น โมเดลตรวจจับการทุจริต

ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ 📈

จากการทดลองโดยใช้ชุดข้อมูล IBM TabFormer พบว่า การใช้โมเดล Foundation ร่วมกับคุณลักษณะแบบตาราง สามารถเพิ่มค่า Average Precision (AP) ได้เกือบ 50% เมื่อเทียบกับโมเดล XGBoost ที่ใช้คุณลักษณะที่สร้างขึ้นด้วยมือเพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่า ทีมสามารถตรวจจับการทุจริตได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงปริมาณงานเท่าเดิม

ข้อดีของการใช้โมเดล Foundation ในระบบการเงิน 🌟

  • ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: สามารถจับรูปแบบพฤติกรรมที่ซับซ้อนและซ่อนเร้นในข้อมูลธุรกรรมได้ดีกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม
  • ความยืดหยุ่น: โมเดล Foundation ที่ฝึกฝนแล้วสามารถนำไปปรับใช้กับงานได้หลากหลาย เช่น การป้องกันการทุจริต, การประเมินความเสี่ยงสินเชื่อ, การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า
  • ลดต้นทุนและเวลา: ลดความจำเป็นในการสร้างคุณลักษณะด้วยมือและการบำรุงรักษากฎที่ซับซ้อน
  • การนำไปใช้ได้จริง: บริษัทชั้นนำอย่าง Stripe, Nubank, Visa, Mastercard, Revolut และ Plaid ต่างก็กำลังพัฒนาและนำโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมมาใช้

การสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมด้วย NVIDIA Accelerator และ NeMo Framework เปิดประตูสู่การปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของข้อมูลทางการเงิน สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการเงินได้อย่างแท้จริง

#การเงิน #AI #MachineLearning #NVIDIA #FoundationModel

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://developer.nvidia.com/blog/build-your-own-transaction-foundation-model-for-financial-intelligence/

สร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรม: กุญแจสู่ความฉลาดทางการเงินยุคใหม่ 💡ในโลกการเงินยุคดิจิทัล ทุกการรูดบัตร การโอนเงิน หรือการชำระเงิน ล้วนมีความหมายซ่อนอยู่ เป็นเสมือนลายนิ้วมือพฤติกรรมของผู้คน ข้อมูลธุรกรรมจึงเป็นขุมทรัพย์อันล้ำค่าที่องค์กรสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มหาศาล แต่ที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงปริมาณ (Tabular Data) เช่นนี้ มักจะยังคงพึ่งพาการสร้างคุณลักษณะ (Features) ด้วยมือ และชุดกฎที่ตั้งไว้ ซึ่งมีความเปราะบาง สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และมองข้ามโครงสร้างตามลำดับเวลาที่ฝังอยู่ในประวัติลูกค้าแต่ปัจจุบัน ด้วยการมาถึงของ "โมเดล Foundation" (Foundation Models) ที่ผ่านการฝึกฝนล่วงหน้า (Pretraining) ด้วยข้อมูลธุรกรรมจำนวนมหาศาลในรูปแบบลำดับ (Sequences) ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงสมการนี้ โดยการสร้างการแทนค่า (Representations) ที่มีความสามารถทั่วไป สามารถนำไปปรับใช้กับงานปลายน้ำ (Downstream Tasks) ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับการทุจริต การประเมินคะแนนเครดิต การคาดการณ์มูลค่าตลอดอายุการใช้งาน การแบ่งกลุ่มลูกค้า การแนะนำเฉพาะบุคคล และอื่นๆ อีกมากมายทำไมโมเดล Foundation ถึงเหมาะกับประวัติธุรกรรม? 🤔โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models - LLMs) เรียนรู้จากลำดับของคำฉันใด โมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมก็ใช้หลักการเดียวกันในการเรียนรู้พฤติกรรมทางการเงิน ลำดับการทำธุรกรรม เช่น "การฝากเงินเดือน, การซื้อของชำ, การจ่ายค่าเดินทาง, การสมัครสมาชิกรายเดือน, การชำระเงินที่ร้านอาหารแบบรูดบัตร" ล้วนมีข้อมูลที่มากกว่าที่ธุรกรรมแต่ละรายการจะสามารถบอกเล่าได้เพียงลำพังโครงสร้างแบบ Transformer เหมาะสมอย่างยิ่งกับข้อมูลลักษณะนี้ เนื่องจากกลไก Self-Attention สามารถเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่อยู่ห่างไกลกันในประวัติศาสตร์ได้ การทำธุรกรรมที่น่าสงสัยอาจปรากฏขึ้นเมื่อพิจารณาร่วมกับรูปแบบการเดินทางล่าสุด หรือการอนุมัติจำนวนเล็กน้อยหลายๆ ครั้งติดกัน คุณลักษณะแบบตาราง (Tabular Features) แบบดั้งเดิมสามารถประมาณรูปแบบเหล่านี้ได้ แต่ก็ยังต้องอาศัยวิศวกรในการกำหนดกรอบเวลา การรวมข้อมูล และกฎเกณฑ์ต่างๆ ล่วงหน้า ในขณะที่โมเดล Transformer ที่ได้รับการฝึกฝนล่วงหน้า จะเรียนรู้ความสัมพันธ์เหล่านี้ได้โดยตรงจากลำดับNVIDIA นำเสนอแนวทางการสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรม 🚀NVIDIA ได้พัฒนาเวิร์กโฟลว์ "Build Your Own Transaction Model" เพื่อช่วยให้การสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ประโยชน์จากพลังการประมวลผลของ GPU และเทคนิคต่างๆ5 ขั้นตอนสำคัญในการสร้างโมเดล Foundation 🛠️การประมวลผลข้อมูลด้วย GPU (GPU-Accelerated Data Processing): ใช้ไลบรารี NVIDIA CUDA-X cuDF เพื่อจัดการและประมวลผลข้อมูลธุรกรรมจำนวนมหาศาลบน GPU ได้อย่างรวดเร็วการแปลงข้อมูลเป็น Token แบบกำหนดเอง (Custom Tokenization): พัฒนาตัวแปลงข้อมูล (Tokenizer) เฉพาะสำหรับข้อมูลทางการเงิน โดยใช้ cuDF และ cuML เพื่อแปลงแต่ละธุรกรรมให้เป็น Token ที่มีความหมายเชิงปริมาณ แทนที่จะใช้ Tokenizer ทั่วไปที่อาจสิ้นเปลืองพื้นที่กับสัญลักษณ์ที่ไม่จำเป็น ทำให้สามารถใส่ประวัติธุรกรรมที่ยาวขึ้นใน Context Window ของโมเดลได้การฝึกฝนโมเดล Foundation ล่วงหน้า (Transformer Decoder Model Pretraining): ใช้ NeMo AutoModel ซึ่งเป็นไลบรารีโอเพนซอร์สใน NVIDIA NeMo Framework เพื่อฝึกฝนโมเดลแบบ Decoder-only (เช่น Llama-based) จากศูนย์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำนาย Token ถัดไปจากลำดับก่อนหน้า ทำให้โมเดลเรียนรู้การแทนค่าพฤติกรรมทางการเงินทั่วไปการดึงค่า Embeddings ที่เรียนรู้ (Extracting Learned Embeddings): นำโมเดล Foundation ที่ฝึกฝนแล้วมาใช้เป็นเครื่องมือสกัดคุณลักษณะ (Feature Extractor) เพื่อสร้าง Vector Embeddings ที่แทนประวัติธุรกรรมของผู้ใช้แต่ละรายการเสริมประสิทธิภาพโมเดลจำแนกประเภทปลายน้ำ (Augmenting Downstream Classifiers): นำ Embeddings ที่ได้ไปใช้ร่วมกับคุณลักษณะแบบตารางแบบดั้งเดิม เพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับโมเดลปลายน้ำ เช่น โมเดลตรวจจับการทุจริตผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ 📈จากการทดลองโดยใช้ชุดข้อมูล IBM TabFormer พบว่า การใช้โมเดล Foundation ร่วมกับคุณลักษณะแบบตาราง สามารถเพิ่มค่า Average Precision (AP) ได้เกือบ 50% เมื่อเทียบกับโมเดล XGBoost ที่ใช้คุณลักษณะที่สร้างขึ้นด้วยมือเพียงอย่างเดียว ซึ่งหมายความว่า ทีมสามารถตรวจจับการทุจริตได้มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคงปริมาณงานเท่าเดิมข้อดีของการใช้โมเดล Foundation ในระบบการเงิน 🌟ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า: สามารถจับรูปแบบพฤติกรรมที่ซับซ้อนและซ่อนเร้นในข้อมูลธุรกรรมได้ดีกว่าวิธีการแบบดั้งเดิมความยืดหยุ่น: โมเดล Foundation ที่ฝึกฝนแล้วสามารถนำไปปรับใช้กับงานได้หลากหลาย เช่น การป้องกันการทุจริต, การประเมินความเสี่ยงสินเชื่อ, การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าลดต้นทุนและเวลา: ลดความจำเป็นในการสร้างคุณลักษณะด้วยมือและการบำรุงรักษากฎที่ซับซ้อนการนำไปใช้ได้จริง: บริษัทชั้นนำอย่าง Stripe, Nubank, Visa, Mastercard, Revolut และ Plaid ต่างก็กำลังพัฒนาและนำโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมมาใช้การสร้างโมเดล Foundation สำหรับข้อมูลธุรกรรมด้วย NVIDIA Accelerator และ NeMo Framework เปิดประตูสู่การปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของข้อมูลทางการเงิน สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมการเงินได้อย่างแท้จริง#การเงิน #AI #MachineLearning #NVIDIA #FoundationModelhttps://developer.nvidia.com/blog/build-your-own-transaction-foundation-model-for-financial-intelligence/
Shared content
DEVELOPER.NVIDIA.COM
Build Your Own Transaction Foundation Model for Financial Intelligence
Every swipe, transfer, and payment on a modern financial network encodes a pattern of human behavior. Transaction data is one of the richest signals an enterprise owns. Yet most production use cases…
2 Yorumlar 0 hisse senetleri 381 Views 0 önizleme