เสียงคัดค้าน AI กำลังส่งผลจริง! แพลตฟอร์มเริ่มฟังผู้บริโภค

ยุคสมัยที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดฟีเจอร์ AI เข้ามาในทุกที่ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกนี้กำลังก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน AI ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมผู้คนถึงไม่พอใจ AI?

หลายคนรู้สึกว่าตนเองไม่เคยให้ความยินยอมกับการนำข้อมูลออนไลน์ไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI หรือการนำเทคโนโลยีอย่าง Deepfake มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่ AI ถูกผนวกเข้ากับซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ อย่างที่เราคุ้นเคย โดยที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพียงผู้ถูกกระทำ

ศาสตราจารย์ Meredith Broussard ผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า "การปฏิวัติ AI ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ทุกคนกลับเกลียดมัน" ผลสำรวจล่าสุดจาก Gallup ชี้ให้เห็นว่า ความคุ้นเคยที่เพิ่มขึ้นกับ AI กลับมาพร้อมกับทัศนคติเชิงลบ โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 18-29 ปี ที่เกือบครึ่งมองว่า AI สร้างผลเสียมากกว่าผลดี

แพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มตอบสนองต่อกระแสต่อต้าน

ท่ามกลางเสียงคัดค้านที่ดังขึ้นเรื่อยๆ แพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มตระหนักและดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตัวอย่างเช่น:

  • LinkedIn ได้เพิ่มปุ่มรายงาน "ดูเหมือน AI Slop" เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแจ้งเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้
  • Snapchat ประกาศว่าจะไม่นำวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งหมดมาแสดงในฟีด Discovery อีกต่อไป
  • Substack ได้เพิ่มเครื่องมือตรวจจับ AI เพื่อควบคุมคุณภาพของนักเขียนบนแพลตฟอร์ม

ปัญหาเรื่อง "ความยินยอม" คือหัวใจสำคัญ

ประเด็นหลักที่ทำให้เกิดการต่อต้านคือเรื่องของ "ความยินยอม" (Consent) ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่เคยอนุญาตให้นำข้อมูลส่วนตัวหรือพฤติกรรมออนไลน์ไปใช้ในการฝึกฝน AI นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การสร้างภาพปลอม (Deepfake) หรือการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาด

การดำเนินการที่ได้ผล: การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

การต่อต้านของสาธารณชนเริ่มส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง:

  • Google ได้ยกเลิกฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งภาพดาวเทียมใน Google Earth ด้วย AI หลังจากการรายงานข่าวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์
  • Meta ได้ปิดเครื่องมือสร้าง Deepfake บน Instagram หลังจากเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงและมีวิดีโอวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากแพร่กระจาย

การต่อต้าน AI ในโลกการตลาดและสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ การใช้ภาพที่สร้างโดย AI ในสื่อการตลาดของแบรนด์ดังๆ เช่น McDonald's และ Coca-Cola ก็ถูกผู้บริโภคต่อต้านอย่างหนัก แม้กระทั่งร้านค้าท้องถิ่นที่ใช้โปสเตอร์ที่สร้างจาก AI ก็ยังได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์

อีกประเด็นที่สำคัญคือการประท้วงการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของ AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวนี้ได้รวบรวมผู้คนจากหลากหลายกลุ่มการเมือง

พลังของการรวมพลัง

แม้ว่าการต่อสู้กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจดูเป็นเรื่องยาก แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกฟีเจอร์ AI บางอย่าง ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังของการกระทำร่วมกัน การรวมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่คำนึงถึงผู้บริโภคมากขึ้น

#AI #เทคโนโลยี #การต่อต้านAI #แพลตฟอร์ม

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/the-ai-slop-backlash-is-actually-having-an-impact/

เสียงคัดค้าน AI กำลังส่งผลจริง! แพลตฟอร์มเริ่มฟังผู้บริโภคยุคสมัยที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจรู้สึกเหมือนถูกยัดเยียดฟีเจอร์ AI เข้ามาในทุกที่ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกนี้กำลังก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน AI ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆทำไมผู้คนถึงไม่พอใจ AI?หลายคนรู้สึกว่าตนเองไม่เคยให้ความยินยอมกับการนำข้อมูลออนไลน์ไปใช้ฝึกฝนโมเดล AI หรือการนำเทคโนโลยีอย่าง Deepfake มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต การที่ AI ถูกผนวกเข้ากับซอฟต์แวร์และบริการต่างๆ อย่างที่เราคุ้นเคย โดยที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเพียงผู้ถูกกระทำศาสตราจารย์ Meredith Broussard ผู้เชี่ยวชาญด้านวารสารศาสตร์ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก กล่าวว่า "การปฏิวัติ AI ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ทุกคนกลับเกลียดมัน" ผลสำรวจล่าสุดจาก Gallup ชี้ให้เห็นว่า ความคุ้นเคยที่เพิ่มขึ้นกับ AI กลับมาพร้อมกับทัศนคติเชิงลบ โดยเฉพาะในกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 18-29 ปี ที่เกือบครึ่งมองว่า AI สร้างผลเสียมากกว่าผลดีแพลตฟอร์มต่างๆ เริ่มตอบสนองต่อกระแสต่อต้านท่ามกลางเสียงคัดค้านที่ดังขึ้นเรื่อยๆ แพลตฟอร์มออนไลน์และบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งเริ่มตระหนักและดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตัวอย่างเช่น:LinkedIn ได้เพิ่มปุ่มรายงาน "ดูเหมือน AI Slop" เพื่อให้ผู้ใช้สามารถแจ้งเนื้อหาที่สร้างโดย AI ได้Snapchat ประกาศว่าจะไม่นำวิดีโอที่สร้างโดย AI ทั้งหมดมาแสดงในฟีด Discovery อีกต่อไปSubstack ได้เพิ่มเครื่องมือตรวจจับ AI เพื่อควบคุมคุณภาพของนักเขียนบนแพลตฟอร์มปัญหาเรื่อง "ความยินยอม" คือหัวใจสำคัญประเด็นหลักที่ทำให้เกิดการต่อต้านคือเรื่องของ "ความยินยอม" (Consent) ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่เคยอนุญาตให้นำข้อมูลส่วนตัวหรือพฤติกรรมออนไลน์ไปใช้ในการฝึกฝน AI นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ AI ในทางที่ผิด เช่น การสร้างภาพปลอม (Deepfake) หรือการนำเสนอข้อมูลที่ผิดพลาดการดำเนินการที่ได้ผล: การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการต่อต้านของสาธารณชนเริ่มส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง:Google ได้ยกเลิกฟีเจอร์ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งภาพดาวเทียมใน Google Earth ด้วย AI หลังจากการรายงานข่าวและเสียงวิพากษ์วิจารณ์Meta ได้ปิดเครื่องมือสร้าง Deepfake บน Instagram หลังจากเกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงและมีวิดีโอวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมากแพร่กระจายการต่อต้าน AI ในโลกการตลาดและสิ่งแวดล้อมนอกจากนี้ การใช้ภาพที่สร้างโดย AI ในสื่อการตลาดของแบรนด์ดังๆ เช่น McDonald's และ Coca-Cola ก็ถูกผู้บริโภคต่อต้านอย่างหนัก แม้กระทั่งร้านค้าท้องถิ่นที่ใช้โปสเตอร์ที่สร้างจาก AI ก็ยังได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อีกประเด็นที่สำคัญคือการประท้วงการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ที่เป็นแหล่งพลังงานสำคัญของ AI ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ การเคลื่อนไหวนี้ได้รวบรวมผู้คนจากหลากหลายกลุ่มการเมืองพลังของการรวมพลังแม้ว่าการต่อสู้กับบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อาจดูเป็นเรื่องยาก แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกฟีเจอร์ AI บางอย่าง ถือเป็นเครื่องเตือนใจถึงพลังของการกระทำร่วมกัน การรวมกลุ่มและแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่คำนึงถึงผู้บริโภคมากขึ้น#AI #เทคโนโลยี #การต่อต้านAI #แพลตฟอร์มhttps://www.wired.com/story/the-ai-slop-backlash-is-actually-having-an-impact/
Shared content
WWW.WIRED.COM
The AI Slop Backlash Is Actually Having an Impact
Platforms are finally recognizing that people don’t want to consume AI slop. A growing number of sites and apps now have tools and policies to flag, label, and ban AI-generated content.
3 Kommentare 0 Geteilt 283 Ansichten 0 Bewertungen