เรื่องสักโลโก้บริษัทเพื่อสัมภาษณ์งาน: เมื่อ "Grindset" กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์

เหตุการณ์ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งเสนอโอกาสสัมภาษณ์งานให้กับผู้ที่ยอมสักโลโก้สตาร์ทอัพของตนเอง กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนจับตามอง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม LinkedIn

จุดเริ่มต้นของดราม่า: การโพสต์บน LinkedIn

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Jordan Zietz ผู้ร่วมก่อตั้ง LemonLime สตาร์ทอัพด้าน AI สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โพสต์ข้อความบน LinkedIn เล่าถึงงานปาร์ตี้หลังจบหลักสูตร Startup School ของ Y Combinator โดยเขาระบุว่ามี "ศิลปินสักตัวจริง" มาร่วมงาน และ "เสนอโอกาสสัมภาษณ์งานทันทีให้กับทุกคนที่สักโลโก้ LemonLime" ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงาน 7 คนที่เลือกรับข้อเสนอนี้

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถม

โพสต์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน เรียกการกระทำนี้ว่า "น่ารังเกียจ" "ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง" "การแสดงพฤติกรรมที่เอาเปรียบในองค์กรอย่างชัดเจน การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างร้ายแรง" ข้อความที่ถูกแคปเจอร์ไปเผยแพร่บน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) กลายเป็นไวรัล และมีคอมเมนต์หนึ่งที่สะท้อนความรู้สึกของหลายคนได้ดีว่า "ตลาดงานคงจะแย่ขนาดที่เด็กๆ ต้องยอมสักถาวรเพื่อจะได้สัมภาษณ์งานเลยหรือ"

คำชี้แจงจาก Jordan Zietz: ความจริงเป็นอย่างไร?

ในบทสัมภาษณ์กับ WIRED Zietz ได้พยายามชี้แจงข้อเท็จจริง เขาเน้นย้ำว่า เขาไม่เคยและจะไม่บังคับให้ใครสักโลโก้บริษัทของเขา

  • การสักไม่ใช่เงื่อนไข: Zietz ชี้แจงว่า แม้โพสต์เดิมจะทำให้เข้าใจเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครต้องสักโลโก้ LemonLime เป็นการถาวรในงานปาร์ตี้ครั้งนั้น แม้จะมีลายสักรูปเลมอนและไลม์ให้เลือก แต่ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกลายอื่นได้ (มีผู้เข้าร่วมงานบางคนระบุว่าสักลายส่วนตัว และไม่ได้ต้องการหางาน)
  • ทุกคนได้สัมภาษณ์: Zietz กล่าวว่า เขาได้บอกทุกคนในงานว่า การสักลายใดๆ ก็ตาม ไม่ใช่เงื่อนไขในการได้รับสัมภาษณ์งาน และอันที่จริง ผู้เข้าร่วมงานทุกคนที่ต้องการสัมภาษณ์ ก็ได้รับโอกาสนั้น
  • สักฟรีเพื่อความสนุก: Zietz เปิดเผยว่า คนจำนวนมากที่มาสักลาย ไม่ได้สนใจข้อเสนอเรื่องงานด้วยซ้ำ แต่มาสักเพราะ "ได้สักฟรี"
  • ทีมงานก็สัก: พนักงาน 3 ใน 5 คนของ LemonLime รวมถึงตัว Zietz เองและ Daniela Muñoz ผู้ร่วมก่อตั้ง ก็ได้รับลายสักรูป LemonLime เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ไม่ได้ทำงานกับสตาร์ทอัพแห่งนี้สักด้วย

"Grindset" และวัฒนธรรมองค์กร: มุมมองที่แตกต่าง

Zietz ยอมรับว่าเข้าใจดีว่าทำไมผู้คนถึงรู้สึกไม่สบายใจกับพลวัตของอำนาจที่เกิดขึ้นจากโพสต์ของเขา อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่เขาเชิญศิลปินสักมานั้น ก็เพื่อ ประเมินผู้สมัครที่มีความเหมาะสมทางวัฒนธรรม (Cultural Fit) กับ LemonLime

  • การทดสอบวัฒนธรรม: Zietz มองว่าโพสต์เดิมของเขาเป็นการ "ทดสอบ" วัฒนธรรมองค์กรไปในตัว เขาไม่ได้ต้องการให้ใครรู้สึกถูกบังคับ แต่ต้องการให้ผู้คนเห็นสถานีสัก แล้วคิดว่าสิ่งที่ LemonLime กำลังทำนั้น "แปลกใหม่" จากนั้นจึงให้พวกเขาตัดสินใจว่า "ชอบหรือไม่ชอบ" หากผู้เข้าร่วมงานรู้สึกไม่ชอบ ก็อาจจะไม่เหมาะกับสตาร์ทอัพแห่งนี้
  • การจ้างงานที่เน้นวัฒนธรรม: Zietz ต้องการจ้างคนที่ชื่นชอบแนวทางการใช้ชีวิตที่เขาเรียกว่า "สุดขั้ว" (eccentric) เขาเคยมีประสบการณ์ตอนเรียนที่ Stanford โดยถูกพักการทำหน้าที่เป็นมาสคอตประจำมหาวิทยาลัย หลังจากชูป้าย "Stanford Hates Fun" ในการแข่งขันฟุตบอล
  • การสัมภาษณ์สุดโต่ง: ก่อนหน้านี้ Zietz เคยร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อ Confetti ซึ่งส่วนหนึ่งของกระบวนการสัมภาษณ์คือ "การสัมภาษณ์ขณะกระโดดร่ม"
  • คนจริงจัง vs. คนที่ใช่: Zietz กล่าวว่า เขาได้รับใบสมัครงานหลายร้อยฉบับทุกวัน ซึ่ง 80-90% เป็นใบสมัครที่จริงจังมาก "นี่คือเรซูเม่ของผม ผมเป็นผู้สมัครที่เป็นมืออาชีพที่สุดที่คุณเคยเจอ" ซึ่งเขามองว่า คนแบบนี้ "ไม่น่าจะเหมาะกับ LemonLime"
  • ความสำคัญของวัฒนธรรม: "ไม่มีอะไรในทีมนี้ที่สำคัญกับผมไปกว่าวัฒนธรรม" Zietz กล่าว "สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราเสมอมา และจะเป็นตลอดไปคือ 'คุณคือคนที่พวกเราอยากจะอยู่ด้วย 18 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์หรือไม่?'"
  • "Grindset" ที่แท้จริง: เขาเสริมว่า "มีบางอย่างที่น่าพูดถึงเกี่ยวกับความจริงใจของ 'Grindset' นั้น" ซึ่งสื่อถึงความมุ่งมั่นและการทำงานหนักที่เขาให้ความสำคัญ

แม้ว่า Zietz จะยืนยันว่าการสักไม่ใช่เงื่อนไขในการจ้างงาน แต่จากภาษาที่ใช้ในโพสต์ LinkedIn ก็ทำให้หลายคนตีความไปในทางนั้นได้ การที่เขาเลือกใช้วิธีการที่ "นอกกรอบ" เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของเขาที่ว่า วัฒนธรรมองค์กรและความเข้ากันได้ของทีมนั้น สำคัญไม่แพ้ทักษะและความสามารถของผู้สมัครงานเลยทีเดียว

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/linkedin-grindset-tattoo-guy-explains-himself/

เรื่องสักโลโก้บริษัทเพื่อสัมภาษณ์งาน: เมื่อ "Grindset" กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์เหตุการณ์ที่ชายหนุ่มคนหนึ่งเสนอโอกาสสัมภาษณ์งานให้กับผู้ที่ยอมสักโลโก้สตาร์ทอัพของตนเอง กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนจับตามอง จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม LinkedInจุดเริ่มต้นของดราม่า: การโพสต์บน LinkedInเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ Jordan Zietz ผู้ร่วมก่อตั้ง LemonLime สตาร์ทอัพด้าน AI สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก โพสต์ข้อความบน LinkedIn เล่าถึงงานปาร์ตี้หลังจบหลักสูตร Startup School ของ Y Combinator โดยเขาระบุว่ามี "ศิลปินสักตัวจริง" มาร่วมงาน และ "เสนอโอกาสสัมภาษณ์งานทันทีให้กับทุกคนที่สักโลโก้ LemonLime" ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงาน 7 คนที่เลือกรับข้อเสนอนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ถาโถมโพสต์ดังกล่าวจุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรวดเร็ว ผู้คนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างเผ็ดร้อน เรียกการกระทำนี้ว่า "น่ารังเกียจ" "ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง" "การแสดงพฤติกรรมที่เอาเปรียบในองค์กรอย่างชัดเจน การใช้อำนาจในทางที่ผิด และการละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพอย่างร้ายแรง" ข้อความที่ถูกแคปเจอร์ไปเผยแพร่บน X (ชื่อเดิมคือ Twitter) กลายเป็นไวรัล และมีคอมเมนต์หนึ่งที่สะท้อนความรู้สึกของหลายคนได้ดีว่า "ตลาดงานคงจะแย่ขนาดที่เด็กๆ ต้องยอมสักถาวรเพื่อจะได้สัมภาษณ์งานเลยหรือ"คำชี้แจงจาก Jordan Zietz: ความจริงเป็นอย่างไร?ในบทสัมภาษณ์กับ WIRED Zietz ได้พยายามชี้แจงข้อเท็จจริง เขาเน้นย้ำว่า เขาไม่เคยและจะไม่บังคับให้ใครสักโลโก้บริษัทของเขาการสักไม่ใช่เงื่อนไข: Zietz ชี้แจงว่า แม้โพสต์เดิมจะทำให้เข้าใจเช่นนั้น แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครต้องสักโลโก้ LemonLime เป็นการถาวรในงานปาร์ตี้ครั้งนั้น แม้จะมีลายสักรูปเลมอนและไลม์ให้เลือก แต่ผู้เข้าร่วมงานสามารถเลือกลายอื่นได้ (มีผู้เข้าร่วมงานบางคนระบุว่าสักลายส่วนตัว และไม่ได้ต้องการหางาน)ทุกคนได้สัมภาษณ์: Zietz กล่าวว่า เขาได้บอกทุกคนในงานว่า การสักลายใดๆ ก็ตาม ไม่ใช่เงื่อนไขในการได้รับสัมภาษณ์งาน และอันที่จริง ผู้เข้าร่วมงานทุกคนที่ต้องการสัมภาษณ์ ก็ได้รับโอกาสนั้นสักฟรีเพื่อความสนุก: Zietz เปิดเผยว่า คนจำนวนมากที่มาสักลาย ไม่ได้สนใจข้อเสนอเรื่องงานด้วยซ้ำ แต่มาสักเพราะ "ได้สักฟรี"ทีมงานก็สัก: พนักงาน 3 ใน 5 คนของ LemonLime รวมถึงตัว Zietz เองและ Daniela Muñoz ผู้ร่วมก่อตั้ง ก็ได้รับลายสักรูป LemonLime เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ไม่ได้ทำงานกับสตาร์ทอัพแห่งนี้สักด้วย"Grindset" และวัฒนธรรมองค์กร: มุมมองที่แตกต่างZietz ยอมรับว่าเข้าใจดีว่าทำไมผู้คนถึงรู้สึกไม่สบายใจกับพลวัตของอำนาจที่เกิดขึ้นจากโพสต์ของเขา อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งที่เขาเชิญศิลปินสักมานั้น ก็เพื่อ ประเมินผู้สมัครที่มีความเหมาะสมทางวัฒนธรรม (Cultural Fit) กับ LemonLimeการทดสอบวัฒนธรรม: Zietz มองว่าโพสต์เดิมของเขาเป็นการ "ทดสอบ" วัฒนธรรมองค์กรไปในตัว เขาไม่ได้ต้องการให้ใครรู้สึกถูกบังคับ แต่ต้องการให้ผู้คนเห็นสถานีสัก แล้วคิดว่าสิ่งที่ LemonLime กำลังทำนั้น "แปลกใหม่" จากนั้นจึงให้พวกเขาตัดสินใจว่า "ชอบหรือไม่ชอบ" หากผู้เข้าร่วมงานรู้สึกไม่ชอบ ก็อาจจะไม่เหมาะกับสตาร์ทอัพแห่งนี้การจ้างงานที่เน้นวัฒนธรรม: Zietz ต้องการจ้างคนที่ชื่นชอบแนวทางการใช้ชีวิตที่เขาเรียกว่า "สุดขั้ว" (eccentric) เขาเคยมีประสบการณ์ตอนเรียนที่ Stanford โดยถูกพักการทำหน้าที่เป็นมาสคอตประจำมหาวิทยาลัย หลังจากชูป้าย "Stanford Hates Fun" ในการแข่งขันฟุตบอลการสัมภาษณ์สุดโต่ง: ก่อนหน้านี้ Zietz เคยร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียชื่อ Confetti ซึ่งส่วนหนึ่งของกระบวนการสัมภาษณ์คือ "การสัมภาษณ์ขณะกระโดดร่ม"คนจริงจัง vs. คนที่ใช่: Zietz กล่าวว่า เขาได้รับใบสมัครงานหลายร้อยฉบับทุกวัน ซึ่ง 80-90% เป็นใบสมัครที่จริงจังมาก "นี่คือเรซูเม่ของผม ผมเป็นผู้สมัครที่เป็นมืออาชีพที่สุดที่คุณเคยเจอ" ซึ่งเขามองว่า คนแบบนี้ "ไม่น่าจะเหมาะกับ LemonLime"ความสำคัญของวัฒนธรรม: "ไม่มีอะไรในทีมนี้ที่สำคัญกับผมไปกว่าวัฒนธรรม" Zietz กล่าว "สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราเสมอมา และจะเป็นตลอดไปคือ 'คุณคือคนที่พวกเราอยากจะอยู่ด้วย 18 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์หรือไม่?'""Grindset" ที่แท้จริง: เขาเสริมว่า "มีบางอย่างที่น่าพูดถึงเกี่ยวกับความจริงใจของ 'Grindset' นั้น" ซึ่งสื่อถึงความมุ่งมั่นและการทำงานหนักที่เขาให้ความสำคัญแม้ว่า Zietz จะยืนยันว่าการสักไม่ใช่เงื่อนไขในการจ้างงาน แต่จากภาษาที่ใช้ในโพสต์ LinkedIn ก็ทำให้หลายคนตีความไปในทางนั้นได้ การที่เขาเลือกใช้วิธีการที่ "นอกกรอบ" เช่นนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของเขาที่ว่า วัฒนธรรมองค์กรและความเข้ากันได้ของทีมนั้น สำคัญไม่แพ้ทักษะและความสามารถของผู้สมัครงานเลยทีเดียวhttps://www.wired.com/story/linkedin-grindset-tattoo-guy-explains-himself/
Shared content
WWW.WIRED.COM
The Job Interview Tattoo Guy Everyone Got Mad at Finally Explains Himself
LemonLime cofounder Jordan Zietz hears your criticism loud and clear. That’s why he got his startup’s logo tattooed on his shoulder.
5 Commenti 0 condivisioni 409 Views 0 Anteprima