Unitree G1: หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากจีน ที่กำลังสร้างปรากฏการณ์บนโซเชียลมีเดีย
ในยุคที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว เราได้เห็นพัฒนาการที่น่าทึ่งของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่สามารถโต้ตอบและสร้างความบันเทิงให้กับผู้คนได้ หนึ่งในนั้นคือ Unitree G1 หุ่นยนต์สูงประมาณ 4 ฟุตจากประเทศจีน ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลามบนโลกออนไลน์ จนกลายเป็น "อินฟลูเอนเซอร์" ที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก
จากเครื่องจักรไร้ชีวิต สู่ดาวเด่นบนโซเชียล
เดิมที หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อาจถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่น่ากลัว แต่เมื่อมีการเชื่อมต่อกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Model - LLM) หุ่นยนต์เหล่านี้ก็สามารถสนทนาโต้ตอบได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้คนรู้สึกผูกพันและชื่นชอบ
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ "Edward Warchocki" หุ่นยนต์ Unitree G1 ที่ถูกนำไปใช้ในโปแลนด์ โดยผู้ใช้งานได้เชื่อมต่อกับ LLM ทำให้ Edward สามารถพูดคุยเป็นภาษาโปแลนด์ได้อย่างคล่องแคล่ว จากนั้น Edward ก็ได้ออกไปทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย ทั้งการเข้าเยี่ยมรัฐสภา การปีนเขา การลงเล่นน้ำ และแม้กระทั่งการถูกตำรวจจับกุมอย่างติดตลก วิดีโอที่โด่งดังไปทั่วโลกคือภาพของ Edward ที่กำลังไล่ฝูงหมูป่าในกรุงวอร์ซอ จนปัจจุบันมีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคน และมียอดวิวรวมกว่า 4 พันล้านครั้งบนโซเชียลมีเดีย
Unitree G1: หุ่นยนต์อินฟลูเอนเซอร์ที่หาได้ง่ายและราคาเข้าถึงได้
ไม่ใช่แค่ Edward เท่านั้น แต่ยังมีหุ่นยนต์ Unitree G1 อีกหลายตัวที่กำลังสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ เช่น "Rizzbot" ที่สวมหมวกคาวบอยและจีบผู้คนตามท้องถนนในออสติน, "Bart Robot" ที่เต้นเบรกแดนซ์กับแฟนๆ ของทีมบาสเกตบอลในนิวยอร์ก หรือ "Brickell Clanker" ที่เปลี่ยนชุดไปร่วมงานปาร์ตี้กับแฟนบอลฟุตบอลโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ หุ่นยนต์เหล่านี้ล้วนเป็น Unitree G1 ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นเดียวกัน ที่มีความสามารถในการเข้าถึงได้ง่ายและมีราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีที่ได้รับ บริษัท Unitree ผู้ผลิตหุ่นยนต์จากจีน กำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์
คุณสมบัติและความสามารถของ Unitree G1
Unitree G1 มีขนาดประมาณเด็ก มีใบหน้าที่กลวงและมีวงแหวนแสงสีฟ้า ดวงตาเป็นไฟ LED สีฟ้าสดใส และมีแขนขาที่ทำจากอะลูมิเนียมสีเทาอ่อน หุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกนำไปแสดงความสามารถในรายการต่างๆ เช่น America's Got Talent โชว์กังฟู แข่งขันชกมวย แสดงกายกรรม Parkour เต้นรำในคอนเสิร์ต วิ่งเล่นกับเด็กๆ รวมถึงกิจกรรมที่สร้างสีสันอย่างการขอเงิน การออกเดทกับตัวเอง การบวชเป็นพระในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ หรือแม้แต่การสวดภาวนาที่มัสยิดในดูไบ
ความสำเร็จทางการตลาดและข้อสงสัย
Unitree กำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์จีนในเร็วๆ นี้ ข้อมูลทางการเงินแสดงให้เห็นถึงความนิยมของผลิตภัณฑ์ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ในปี 2025 มาจากการส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้กับลูกค้าจริง Unitree สามารถส่งมอบหุ่นยนต์ได้ถึง 5,511 เครื่องในปี 2025 ด้วยราคาเฉลี่ยต่ำกว่า 25,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 875,000 บาท) และ 43% ของยอดขายมาจากนอกประเทศจีน นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถทำกำไรได้เป็นครั้งแรกในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม แม้จะประสบความสำเร็จทางการค้า แต่ก็ยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับศักยภาพในระยะยาวของหุ่นยนต์เหล่านี้ คำถามที่ยังคงค้างคาคือ นอกเหนือจากการสร้างกระแสบนโลกออนไลน์แล้ว หุ่นยนต์เหล่านี้จะสามารถทำงานในภาคเศรษฐกิจจริงได้หรือไม่ เช่น การทำงานในสายการผลิต หรือการทำความสะอาดบ้าน
การซื้อ Unitree G1 ในสหรัฐอเมริกา
Jake Cooperstein หนุ่มวัย 24 ปีจากไมอามี ได้รับแรงบันดาลใจจาก Edward และหุ่นยนต์อินฟลูเอนเซอร์อื่นๆ จึงตัดสินใจสร้างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของตัวเอง เขาได้ทดลองใช้งาน Unitree G1 และประทับใจในความง่ายในการใช้งาน
ราคาของ Unitree G1 รุ่นพื้นฐานอยู่ที่ 13,500 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 472,500 บาท) ไม่รวมภาษีและค่าขนส่ง ตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐฯ ตั้งราคาไว้ที่ประมาณ 19,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 665,000 บาท) Cooperstein เลือกรุ่น U5 ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ซื้อเพื่อการศึกษา มีชิ้นส่วนที่ซับซ้อนกว่าและปรับแต่งได้ดีกว่า แต่มีราคาสูงถึง 66,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 2,310,000 บาท)
Cooperstein ได้ตั้งชื่อหุ่นยนต์ของเขาว่า "Brickell Clanker" และนำไปร่วมงานปาร์ตี้หลังการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเปลี่ยนชุดตามทีมชาติที่เขาไปร่วมงาน ปัจจุบันเขาหารายได้จากการนำ Brickell Clanker ไปร่วมงานอีเวนต์ต่างๆ โดยมีค่าบริการตั้งแต่ 800-1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อชั่วโมง
ข้อจำกัดและอนาคตในตลาดสหรัฐฯ
Cooperstein ยังได้ซื้อหุ่นยนต์รุ่น Unitree R1 ซึ่งมีราคาถูกกว่า G1 แต่เร็วกว่าและเบากว่า อย่างไรก็ตาม อนาคตของหุ่นยนต์ Unitree ในสหรัฐฯ อาจไม่แน่นอนนัก เนื่องจากในเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสารของสหรัฐฯ (FCC) ได้ประกาศห้ามหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ผลิตในจีนรุ่นใหม่ๆ แม้ว่ารุ่นที่ได้รับการอนุมัติแล้วอย่าง Unitree G1 และ R1 จะยังคงสามารถใช้งานได้ แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน และคาดว่า Unitree จะไม่สามารถขายหุ่นยนต์รุ่นต่อไปในสหรัฐฯ ได้
ข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์
ในยุโรป Edward Warchocki เผชิญกับภัยคุกคามน้อยกว่า Idzik ผู้ร่วมก่อตั้ง MERA Robotics กล่าวว่า บริษัทมีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในครอบครองถึง 20 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็น Unitree G1 ซึ่งแต่ละเครื่องมีบุคลิกแตกต่างกันไป
แม้ว่า LLM จะช่วยให้หุ่นยนต์สนทนาได้อย่างอิสระ แต่การเคลื่อนไหวทางกายภาพยังคงมีข้อจำกัด ทั้ง Idzik และ Cooperstein ยอมรับว่าส่วนใหญ่ต้องควบคุมหุ่นยนต์จากระยะไกล (Teleoperation) เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องความปลอดภัย หากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมา
Unitree G1 มีท่าทางและท่าเต้นที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าประมาณ 20 ท่าและ 15 ท่าเต้น การโปรแกรมท่าทางใหม่ๆ ต้องใช้ความรู้ทางเทคนิคพอสมควร Cooperstein เล่าถึงประสบการณ์ที่นำ Brickell Clanker ไปร่วมงานเทศกาลแฟนบอลฟุตบอลโลก ผู้คนมากมายต่างรุมล้อมและส่งเสียงเชียร์ขณะที่หุ่นยนต์เต้นรำ เขาบอกว่า "ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นคนควบคุมมันอยู่ มันเหมือนกับว่าผมกำลังกลมกลืนไปกับฝูงชน... และผมก็คิดว่า 'นี่แหละคืออนาคต'"
#UnitreeG1 #หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ #เทคโนโลยี
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://www.wired.com/story/unitree-influencer-4-foot-robot-from-china/