ฟิดจิ ซิโม สตรีหมายเลข 2 ของ OpenAI ประกาศลงจากตำแหน่งเต็มเวลา 🏥

ข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยี! ฟิดจิ ซิโม (Fidji Simo) ผู้บริหารระดับสูงและถือเป็นกำลังสำคัญของ OpenAI ได้ประกาศลงจากตำแหน่งเต็มเวลา โดยให้เหตุผลว่าการลาป่วยของเธอใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เธอต้องปรับบทบาทไปเป็นที่ปรึกษาแบบพาร์ทไทม์แทน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาดองค์กร

เส้นทางสู่ OpenAI และบทบาทสำคัญ 🚀

ฟิดจิ ซิโม เข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ OpenAI ในปี 2024 และเข้ามารับตำแหน่ง CEO of Applications ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เพื่อดูแลภาพรวมด้านธุรกิจและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยรายงานตรงต่อ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI

ภายใต้การนำของเธอ มีการปรับโครงสร้างการรายงานใหม่ โดย COO, CFO และ CPO ต่างรายงานตรงต่อเธอ ในขณะที่อัลต์แมนได้ถอยกลับไปโฟกัสกับงานวิจัย การประมวลผล และความปลอดภัยของ AI มากขึ้น

การป่วยและบทบาทที่ปรึกษา 🤝

ซิโมได้เปิดเผยปัญหาสุขภาพของเธอในเดือนเมษายน โดยระบุว่าเธอต้องลาป่วยเนื่องจากอาการของโรคทางระบบประสาทและภูมิคุ้มกันกำเริบ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง มีการประกาศปรับบทบาทของ COO และการจากไปของ CMO เพื่อไปรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งต่อมา CPO ก็ได้ออกจากบริษัทไปอีกคน

ก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับ OpenAI ซิโมเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Instacart ตั้งแต่ปี 2021 และนำพาบริษัทเข้าสู่การ IPO ในปี 2023 นอกจากนี้ เธอยังเคยทำงานที่ Meta มานานกว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารแอปพลิเคชัน Facebook

ผลกระทบต่อ OpenAI และอนาคต 📈

การตัดสินใจของซิโมที่จะถอยห่างจากบทบาทเต็มเวลา ทำให้แซม อัลต์แมน ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสรรหาผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังพิจารณาเรื่อง IPO ซึ่งซิโมเองก็ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะได้รับความรับผิดชอบมากขึ้นหลังจากการเข้าตลาดหุ้น

ซิโมมีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจสำหรับผู้บริโภคของ OpenAI อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ ChatGPT เริ่มชะลอตัวในช่วงปลายปีที่แล้ว และพลาดเป้าหมายรายได้ภายใน ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องมือสำหรับการเขียนโค้ดมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ OpenAI ยังคงตามหลังคู่แข่งอย่าง Anthropic อยู่

ข่าวสารในวันเดียวกัน: การเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ 🤖

การประกาศของซิโมเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ OpenAI ได้เปิดตัวโมเดล AI ตระกูล GPT-5.6 ใหม่ ได้แก่ Sol, Terra และ Luna รวมถึงเครื่องมือใหม่ชื่อ ChatGPT Work ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการงานสำนักงานที่ต้องทำหลายขั้นตอน เช่น การร่างเอกสาร สเปรดชีต และงานนำเสนอ โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำเสนอเพื่อแข่งขันโดยตรงกับ Anthropic

โครงสร้างผู้บริหารและแผนการถือหุ้น 👥

ภายใต้มูลค่าบริษัทที่สูงถึง 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โครงสร้างผู้บริหารของ OpenAI ดูเหมือนจะค่อนข้างเบาบาง นอกเหนือจากอัลต์แมน, ไลท์แคป, ฟรายเออร์ และเกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทที่ดูแลกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในช่วงที่ซิโมไม่อยู่ ยังมี เดนิส เดรสเซอร์ (Denise Dresser) ที่เข้าร่วมเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (Chief Revenue Officer) ในเดือนธันวาคม

การที่เดรสเซอร์อาจได้รับบทบาทที่ขยายขอบเขตออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากเธอเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Slack เป็นเวลา 2 ปี และเคยทำงานกับ Salesforce ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Slack มายาวนานถึง 14 ปี

การเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับหุ้นของพนักงานใน OpenAI จากที่เคยมีการกำหนดระยะเวลารอ (vesting cliff) 12 เดือนสำหรับพนักงานใหม่ ได้มีการปรับลดเหลือ 6 เดือน และล่าสุดได้ยกเลิกไปเลย โดยให้หุ้นเริ่มทยอยให้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงาน

นโยบายดังกล่าวถูกอธิบายภายในว่าเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้พนักงาน "กล้าเสี่ยง" โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียสิทธิ์ในหุ้นหากถูกเลิกจ้างก่อนกำหนด สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในการดึงดูดและรักษาบุคลากรด้าน AI ซึ่ง OpenAI คาดว่าจะใช้จ่ายถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้นในปี 2025 เพียงปีเดียว

#OpenAI #FidjiSimo #SamAltman #AI

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://techcrunch.com/2026/07/09/fidji-simo-steps-down-from-openais-no-2-role/

ฟิดจิ ซิโม สตรีหมายเลข 2 ของ OpenAI ประกาศลงจากตำแหน่งเต็มเวลา 🏥ข่าวใหญ่ในวงการเทคโนโลยี! ฟิดจิ ซิโม (Fidji Simo) ผู้บริหารระดับสูงและถือเป็นกำลังสำคัญของ OpenAI ได้ประกาศลงจากตำแหน่งเต็มเวลา โดยให้เหตุผลว่าการลาป่วยของเธอใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้เธอต้องปรับบทบาทไปเป็นที่ปรึกษาแบบพาร์ทไทม์แทน การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังเตรียมตัวสำหรับการเสนอขายหุ้นแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) และเร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อแข่งขันในตลาดองค์กรเส้นทางสู่ OpenAI และบทบาทสำคัญ 🚀ฟิดจิ ซิโม เข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ OpenAI ในปี 2024 และเข้ามารับตำแหน่ง CEO of Applications ในเดือนพฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ เพื่อดูแลภาพรวมด้านธุรกิจและผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยรายงานตรงต่อ แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAIภายใต้การนำของเธอ มีการปรับโครงสร้างการรายงานใหม่ โดย COO, CFO และ CPO ต่างรายงานตรงต่อเธอ ในขณะที่อัลต์แมนได้ถอยกลับไปโฟกัสกับงานวิจัย การประมวลผล และความปลอดภัยของ AI มากขึ้นการป่วยและบทบาทที่ปรึกษา 🤝ซิโมได้เปิดเผยปัญหาสุขภาพของเธอในเดือนเมษายน โดยระบุว่าเธอต้องลาป่วยเนื่องจากอาการของโรคทางระบบประสาทและภูมิคุ้มกันกำเริบ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง มีการประกาศปรับบทบาทของ COO และการจากไปของ CMO เพื่อไปรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งต่อมา CPO ก็ได้ออกจากบริษัทไปอีกคนก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกับ OpenAI ซิโมเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Instacart ตั้งแต่ปี 2021 และนำพาบริษัทเข้าสู่การ IPO ในปี 2023 นอกจากนี้ เธอยังเคยทำงานที่ Meta มานานกว่าทศวรรษ รวมถึงการบริหารแอปพลิเคชัน Facebookผลกระทบต่อ OpenAI และอนาคต 📈การตัดสินใจของซิโมที่จะถอยห่างจากบทบาทเต็มเวลา ทำให้แซม อัลต์แมน ต้องเผชิญกับความท้าทายในการสรรหาผู้บริหารระดับสูงคนใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ OpenAI กำลังพิจารณาเรื่อง IPO ซึ่งซิโมเองก็ถูกมองว่าเป็นตัวเต็งที่จะได้รับความรับผิดชอบมากขึ้นหลังจากการเข้าตลาดหุ้นซิโมมีบทบาทสำคัญในการผลักดันธุรกิจสำหรับผู้บริโภคของ OpenAI อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ ChatGPT เริ่มชะลอตัวในช่วงปลายปีที่แล้ว และพลาดเป้าหมายรายได้ภายใน ส่งผลให้บริษัทต้องหันมาให้ความสำคัญกับเครื่องมือสำหรับการเขียนโค้ดมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนที่ OpenAI ยังคงตามหลังคู่แข่งอย่าง Anthropic อยู่ข่าวสารในวันเดียวกัน: การเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ 🤖การประกาศของซิโมเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ OpenAI ได้เปิดตัวโมเดล AI ตระกูล GPT-5.6 ใหม่ ได้แก่ Sol, Terra และ Luna รวมถึงเครื่องมือใหม่ชื่อ ChatGPT Work ซึ่งออกแบบมาเพื่อจัดการงานสำนักงานที่ต้องทำหลายขั้นตอน เช่น การร่างเอกสาร สเปรดชีต และงานนำเสนอ โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้ถูกนำเสนอเพื่อแข่งขันโดยตรงกับ Anthropicโครงสร้างผู้บริหารและแผนการถือหุ้น 👥ภายใต้มูลค่าบริษัทที่สูงถึง 8.52 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โครงสร้างผู้บริหารของ OpenAI ดูเหมือนจะค่อนข้างเบาบาง นอกเหนือจากอัลต์แมน, ไลท์แคป, ฟรายเออร์ และเกร็ก บร็อกแมน (Greg Brockman) ซึ่งเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริษัทที่ดูแลกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ในช่วงที่ซิโมไม่อยู่ ยังมี เดนิส เดรสเซอร์ (Denise Dresser) ที่เข้าร่วมเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายรายได้ (Chief Revenue Officer) ในเดือนธันวาคมการที่เดรสเซอร์อาจได้รับบทบาทที่ขยายขอบเขตออกไปนั้นไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากเธอเคยดำรงตำแหน่ง CEO ของ Slack เป็นเวลา 2 ปี และเคยทำงานกับ Salesforce ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Slack มายาวนานถึง 14 ปีการเปลี่ยนแปลงนี้ยังเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับเปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับหุ้นของพนักงานใน OpenAI จากที่เคยมีการกำหนดระยะเวลารอ (vesting cliff) 12 เดือนสำหรับพนักงานใหม่ ได้มีการปรับลดเหลือ 6 เดือน และล่าสุดได้ยกเลิกไปเลย โดยให้หุ้นเริ่มทยอยให้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันแรกของการทำงานนโยบายดังกล่าวถูกอธิบายภายในว่าเป็นไปเพื่อสนับสนุนให้พนักงาน "กล้าเสี่ยง" โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเสียสิทธิ์ในหุ้นหากถูกเลิกจ้างก่อนกำหนด สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันที่ดุเดือดในการดึงดูดและรักษาบุคลากรด้าน AI ซึ่ง OpenAI คาดว่าจะใช้จ่ายถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับค่าตอบแทนในรูปแบบหุ้นในปี 2025 เพียงปีเดียว#OpenAI #FidjiSimo #SamAltman #AIhttps://techcrunch.com/2026/07/09/fidji-simo-steps-down-from-openais-no-2-role/
Shared content
TECHCRUNCH.COM
Fidji Simo steps down from OpenAI's no. 2 role | TechCrunch
OpenAI's No. 2 executive, Fidji Simo, is stepping down from her full-time role after her medical leave proved longer than expected — a leadership vacuum that comes at a tricky time as the company eyes a possible IPO and races to catch Anthropic in the enterprise market.
5 Commenti 0 condivisioni 679 Views 0 Anteprima