Databricks พุ่งทะยานสู่มูลค่า 1.88 แสนล้านดอลลาร์: การก้าวสู่ยุค AI ของบริษัทบิ๊กดาต้า
Databricks บริษัทที่เคยโด่งดังในยุค Big Data ได้ประกาศการระดมทุนรอบใหม่ที่ดันมูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 1.88 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการปรับภาพลักษณ์องค์กรให้กลายเป็นผู้ให้บริการด้าน AI ชั้นนำ ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดปัจจุบัน 🚀
Databricks กับเส้นทางสู่การเป็นผู้นำด้าน AI
Databricks ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดยเริ่มต้นจากการเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้องค์กรสามารถจัดเก็บข้อมูลปริมาณมหาศาลบนคลาวด์ พร้อมทั้งวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ในยุค Big Data แพลตฟอร์มนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง
เมื่อโลกเข้าสู่ยุค AI และความต้องการใช้ AI ในภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น Databricks ซึ่งมีฐานข้อมูลลูกค้าและข้อมูลปริมาณมหาศาลอยู่แล้ว จึงอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบในการตอบสนองความต้องการเหล่านั้น บริษัทได้เริ่มเปิดตัวผลิตภัณฑ์ด้าน AI อย่างต่อเนื่อง เช่น Lakebase ซึ่งเป็นฐานข้อมูลสำหรับ AI agents และ Unity ซึ่งเป็น AI gateway รวมถึง Omnigent เครื่องมือบริหารจัดการ AI agents หลายตัว
การลงทุนที่สะท้อนความเชื่อมั่นในอนาคต AI
การระดมทุนรอบล่าสุดนี้ นำโดย Coatue โดย Databricks ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน แต่คาดการณ์ว่าอยู่ที่ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การประกาศรอบการระดมทุนก่อนที่เงินจะเข้าสู่บริษัทนั้น ถือเป็นเรื่องผิดปกติ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของดีลนี้ และความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการเข้ามาร่วมลงทุน
ย้อนกลับไปเพียง 5 เดือนก่อนหน้านี้ (กุมภาพันธ์ 2026) Databricks ได้ปิดการระดมทุน Series L จำนวน 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ด้วยมูลค่าบริษัท 1.34 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และก่อนหน้านั้นในเดือนกันยายน 2025 ก็ระดมทุนได้ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มูลค่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนการระดมทุนครั้งสำคัญในเดือนธันวาคม 2024 ก็ได้ไปถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มูลค่า 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือเป็นสถิติในขณะนั้น
โมเดล AI แบบเปิด: ทางเลือกที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
Databricks ยังเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทที่นำโมเดล AI แบบเปิด (Open-weight models) มาใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโมเดลจากประเทศจีน ซึ่งเป็นเทรนด์สำคัญในปี 2026 เพื่อควบคุมต้นทุน โมเดลเหล่านี้มีข้อดีคือโค้ดพื้นฐานถูกเผยแพร่ให้ทุกคนสามารถใช้งานและปรับแต่งได้ Databricks เป็นผู้สนับสนุนหลักของ Z.ai’s GLM 5.2 สำหรับงานด้านการเขียนโค้ด
ล่าสุด CEO ของ Databricks คุณ Ali Ghodsi ได้เปิดเผยผลการทดสอบภายในเพื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายด้าน AI สำหรับวิศวกรซอฟต์แวร์กว่า 3,000 คนของบริษัท ผลการทดสอบพบว่าโมเดลแบบเปิด โดยเฉพาะ GLM 5.2 สามารถทำงานที่ซับซ้อนที่สุดในด้านการเขียนโค้ดได้ โดยมีต้นทุนรวมต่ำกว่าโมเดลแบบปิดจาก Anthropic และ OpenAI
นอกจากนี้ การเลือกใช้ "Harness" หรือเครื่องมือช่วยเขียนโค้ด AI (Agentic coding tool) เช่น Codex หรือ Claude Code ซึ่งทำหน้าที่จัดการบริบทและคำสั่ง ก็มีผลต่อต้นทุนเช่นกัน โดย Pi ซึ่งเป็น Harness แบบโอเพนซอร์ส แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการบริบทของแต่ละ Prompt ทำให้มีต้นทุนต่ำโดยไม่ลดทอนคุณภาพ
ภาพลักษณ์ใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วย AI
การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์จากบริษัท Big Data มาสู่บริษัท AI อย่างเต็มตัวนี้ ได้ส่งผลให้ Databricks ได้รับ "AI-halo" ซึ่งช่วยหนุนการระดมทุนและมูลค่าบริษัทให้พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด การที่บริษัทสามารถปรับตัวและนำเสนอโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ Databricks ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในวงการ AI อย่างแท้จริง
#Databricks #AI #BigData #เทคโนโลยี #การลงทุน
ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://techcrunch.com/2026/07/17/databricks-hits-188b-valuation-extending-its-run-as-ais-favorite-second-act/