LinkedIn รับมือ "AI Slop" ด้วยปุ่มรายงาน และเครื่องมือพิสูจน์อักษร 🔍

ในยุคที่เนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพร่หลายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง LinkedIn ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับปริมาณ "AI Slop" หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉาบฉวย ปัญหานี้ส่งผลให้ LinkedIn ต้องออกมาตรการใหม่เพื่อจัดการกับคอนเทนต์ประเภทนี้

ทำไม LinkedIn ถึงต้องรับมือกับ "AI Slop"?

"AI Slop" คือเนื้อหาที่สร้างโดย AI ซึ่งมักจะมีคุณภาพต่ำ ขาดความจริงใจ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริง ๆ เมื่อเนื้อหาเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ บนฟีดของ LinkedIn ผู้ใช้งานจะรู้สึกว่ากำลังเชื่อมต่อกับบอทมากกว่าผู้คนจริง ๆ ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์หลักของแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย การแบ่งปันมุมมอง ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญจากผู้คนจริงๆ

มาตรการใหม่ของ LinkedIn เพื่อลด "AI Slop"

LinkedIn ได้ประกาศใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งรวมถึง:

1. ปุ่ม "Seems like AI slop" สำหรับรายงานเนื้อหา

นี่คือฟีเจอร์ใหม่ที่ผู้ใช้สามารถคลิกได้เมื่อพบโพสต์ที่คาดว่าสร้างโดย AI และมีคุณภาพต่ำ ปุ่มนี้จะช่วยเป็นสัญญาณสำคัญให้ LinkedIn สามารถปรับปรุงโมเดล AI ของตนเองให้สามารถตรวจจับและจัดการกับเนื้อหาประเภทนี้ได้ดียิ่งขึ้น

2. การลงทุนในระบบป้องกันอัตโนมัติ

LinkedIn กำลังลงทุนอย่างมากในระบบป้องกันอัตโนมัติ เพื่อบล็อกความพยายามในการสร้างคอมเมนต์หรือโพสต์อัตโนมัติที่ผิดปกติ โดยในแต่ละวันมีคำสั่งซื้ออัตโนมัติจำนวนหลายแสนรายการ และอีกหลายล้านรายการในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ถูกบล็อกไว้

3. การใช้ตัวจำแนกประเภท (Classifiers) ใหม่

แพลตฟอร์มกำลังนำตัวจำแนกประเภทใหม่มาใช้ เพื่อระบุว่าโพสต์ใดเป็น "AI Slop" หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำอื่นๆ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณคอนเทนต์ที่คุณเห็นในส่วนของการแนะนำเนื้อหาจากภายนอกเครือข่ายของคุณ

4. การแจ้งเตือนผู้สร้างเนื้อหา

LinkedIn จะเริ่มแจ้งเตือนผู้ใช้งานเป็นการส่วนตัวในแดชบอร์ดของพวกเขา เมื่อเนื้อหาที่โพสต์ไปถูกมองว่าไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากการใช้ AI มากเกินไป ซึ่งจุดประสงค์คือเพื่อช่วยให้ผู้สร้างคอนเทนต์ปรับปรุงการเขียนของตนเอง ในกรณีที่พวกเขาใช้ AI เพียงเพื่อช่วยขัดเกลาผลงานของตนเอง ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์ "Slop" ทั้งหมด

การเปลี่ยนแปลงเครื่องมือช่วยเขียน AI

สิ่งที่น่าสนใจคือ LinkedIn กำลังจะ ยกเลิก ฟีเจอร์ "Enhance your post" ที่เคยใช้ AI ช่วยในการเขียน และจะ แทนที่ด้วยเครื่องมือพิสูจน์อักษร (Proofreading Tool) แทน เพื่อเน้นการตรวจสอบและปรับปรุงคำศัพท์ให้ถูกต้อง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงหรือสไตล์การเขียนของผู้ใช้

การปรับปรุงอื่นๆ ที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ LinkedIn ยังมีการปรับปรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม เช่น:

  • ขยายการเข้าถึงเครื่องมือยืนยันตัวตน (Verification Tools) สำหรับโปรไฟล์และหน้าเพจ
  • เพิ่มตัวเลือกในการบล็อกคอมเมนต์ จากหน้าเพจที่คุณไม่ต้องการเห็นอีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ LinkedIn ในการรักษาคุณภาพของแพลตฟอร์ม และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าเชื่อถือสำหรับการเชื่อมต่อและการแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้คนจริง ๆ

#LinkedIn #AI #เทคโนโลยี

ขอบคุณ แหล่งข้อมูล
https://techcrunch.com/2026/07/30/linkedin-adds-a-button-to-report-ai-generated-slop/

LinkedIn รับมือ "AI Slop" ด้วยปุ่มรายงาน และเครื่องมือพิสูจน์อักษร 🔍ในยุคที่เนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพร่หลายบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง LinkedIn ผู้ใช้งานจำนวนมากเริ่มรู้สึกไม่พอใจกับปริมาณ "AI Slop" หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉาบฉวย ปัญหานี้ส่งผลให้ LinkedIn ต้องออกมาตรการใหม่เพื่อจัดการกับคอนเทนต์ประเภทนี้ทำไม LinkedIn ถึงต้องรับมือกับ "AI Slop"?"AI Slop" คือเนื้อหาที่สร้างโดย AI ซึ่งมักจะมีคุณภาพต่ำ ขาดความจริงใจ และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้งานจริง ๆ เมื่อเนื้อหาเหล่านี้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ บนฟีดของ LinkedIn ผู้ใช้งานจะรู้สึกว่ากำลังเชื่อมต่อกับบอทมากกว่าผู้คนจริง ๆ ซึ่งขัดต่อวัตถุประสงค์หลักของแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่าย การแบ่งปันมุมมอง ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญจากผู้คนจริงๆมาตรการใหม่ของ LinkedIn เพื่อลด "AI Slop"LinkedIn ได้ประกาศใช้มาตรการหลายอย่างเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งรวมถึง:1. ปุ่ม "Seems like AI slop" สำหรับรายงานเนื้อหานี่คือฟีเจอร์ใหม่ที่ผู้ใช้สามารถคลิกได้เมื่อพบโพสต์ที่คาดว่าสร้างโดย AI และมีคุณภาพต่ำ ปุ่มนี้จะช่วยเป็นสัญญาณสำคัญให้ LinkedIn สามารถปรับปรุงโมเดล AI ของตนเองให้สามารถตรวจจับและจัดการกับเนื้อหาประเภทนี้ได้ดียิ่งขึ้น2. การลงทุนในระบบป้องกันอัตโนมัติLinkedIn กำลังลงทุนอย่างมากในระบบป้องกันอัตโนมัติ เพื่อบล็อกความพยายามในการสร้างคอมเมนต์หรือโพสต์อัตโนมัติที่ผิดปกติ โดยในแต่ละวันมีคำสั่งซื้ออัตโนมัติจำนวนหลายแสนรายการ และอีกหลายล้านรายการในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาที่ถูกบล็อกไว้3. การใช้ตัวจำแนกประเภท (Classifiers) ใหม่แพลตฟอร์มกำลังนำตัวจำแนกประเภทใหม่มาใช้ เพื่อระบุว่าโพสต์ใดเป็น "AI Slop" หรือเนื้อหาคุณภาพต่ำอื่นๆ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณคอนเทนต์ที่คุณเห็นในส่วนของการแนะนำเนื้อหาจากภายนอกเครือข่ายของคุณ4. การแจ้งเตือนผู้สร้างเนื้อหาLinkedIn จะเริ่มแจ้งเตือนผู้ใช้งานเป็นการส่วนตัวในแดชบอร์ดของพวกเขา เมื่อเนื้อหาที่โพสต์ไปถูกมองว่าไม่เป็นธรรมชาติ เนื่องจากการใช้ AI มากเกินไป ซึ่งจุดประสงค์คือเพื่อช่วยให้ผู้สร้างคอนเทนต์ปรับปรุงการเขียนของตนเอง ในกรณีที่พวกเขาใช้ AI เพียงเพื่อช่วยขัดเกลาผลงานของตนเอง ไม่ใช่การสร้างคอนเทนต์ "Slop" ทั้งหมดการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือช่วยเขียน AIสิ่งที่น่าสนใจคือ LinkedIn กำลังจะ ยกเลิก ฟีเจอร์ "Enhance your post" ที่เคยใช้ AI ช่วยในการเขียน และจะ แทนที่ด้วยเครื่องมือพิสูจน์อักษร (Proofreading Tool) แทน เพื่อเน้นการตรวจสอบและปรับปรุงคำศัพท์ให้ถูกต้อง มากกว่าการเปลี่ยนแปลงน้ำเสียงหรือสไตล์การเขียนของผู้ใช้การปรับปรุงอื่นๆ ที่น่าสนใจนอกจากนี้ LinkedIn ยังมีการปรับปรุงอื่นๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม เช่น:ขยายการเข้าถึงเครื่องมือยืนยันตัวตน (Verification Tools) สำหรับโปรไฟล์และหน้าเพจเพิ่มตัวเลือกในการบล็อกคอมเมนต์ จากหน้าเพจที่คุณไม่ต้องการเห็นอีกต่อไปการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ LinkedIn ในการรักษาคุณภาพของแพลตฟอร์ม และสร้างสภาพแวดล้อมที่น่าเชื่อถือสำหรับการเชื่อมต่อและการแลกเปลี่ยนความรู้ของผู้คนจริง ๆ#LinkedIn #AI #เทคโนโลยีhttps://techcrunch.com/2026/07/30/linkedin-adds-a-button-to-report-ai-generated-slop/
Shared content
TECHCRUNCH.COM
LinkedIn adds a button to report AI-generated 'slop' | TechCrunch
LinkedIn is introducing new ways to reduce low-quality AI-generated posts, including a “seems like AI slop” reporting option. It's also replacing its own AI writing feature with a proofreading tool.
5 Commentarios 0 Acciones 154 Views 0 Vista previa